เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 27 เมษายน 2026.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๒๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ ถือว่าเป็นวันดีวันหนึ่งของคณะสงฆ์วัดท่าขนุน เหตุเพราะว่ามีการประกาศผลสอบบาลี ซึ่งผู้ที่สอบผ่านประโยค ๔ โดยไม่ต้องซ่อมเลยก็คือพระมหามนูรักษ์ ฐิตคุโณ

    ส่วนเปรียญธรรม ๓ ประโยคที่ผ่านซ่อม ประกอบไปด้วยพระกรกฤต ฐิตสาโร และพระสุรศักดิ์ อินฺทโก ซึ่งทั้งคู่นี้ กระผม/อาตมภาพลุ้นมากที่สุดก็คือ "ท่านแม็ก" หรือว่าพระมหากรกฤตของเรานี่เอง เนื่องเพราะว่าพลาดมาหลายยกแล้ว..!

    ส่วนเปรียญธรรมประโยค ๑ - ๒ นั้น ผู้ที่ซ่อมผ่านประกอบด้วยพระมานพ ฐานุตฺตโม พระรณชิต ฐานิโย พระชุมพล โสภโณ พระอาทิตย์ อสโม พระวรชัย คนฺธสีโล และ พระวรพจน์ โกวิโท ซึ่งถ้าปีหน้าไม่พลาดก็จะเป็น "พระมหา" กับเขาเช่นกัน ซึ่งโครงการของทางคณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรี ที่มีท่านพระมหาวิสูตร วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ. ๙, ดร. รองเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ประธานบริหารด้านการศึกษาได้วางเอาไว้ก็คือ "๑ อำเภอ ๑ มหาเปรียญ" แต่ว่าของวัดท่าขนุนนั้น ตอนนี้พระมหาเปรียญจะท่วมวัดตายอยู่แล้ว..!

    จะว่าไปแล้ว การศึกษาบาลีแม้ว่าจะยาก แต่ว่าพระวัดท่าขนุนของเรานั้นมีการบังคับในเรื่องของการเจริญพระกรรมฐานและสวดมนต์ทำวัตรทุกวัน ถ้าหากว่าใครมีจิตมุ่งมั่นกับเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ก็แปลว่ามีสมาธิสูงพอ ที่จะสามารถศึกษาเล่าเรียนอะไรก็ได้โดยง่าย เพียงแต่ว่าส่วนหนึ่งนั้นมักจะไม่ค่อยเห็นประโยชน์ในตรงนี้ โดยเฉพาะในส่วนของสามเณรที่ยังเหลืออยู่จากโครงการสามเณรภาคฤดูร้อน แม้ว่าจะสามารถลงมาเจริญพระกรรมฐานตอนตี ๓ ครึ่งได้ก็ตาม แต่ว่าพอถึงตอนท้าย ๆ การทำวัตร สมาธิมักจะทรงตัวแล้วก็หลับไปเลย..!

    จะว่าไปแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นก็คงจะมีรายการฟาดกันเป็นแน่..! แต่กระผม/อาตมภาพนั้นเข้าใจเป็นอย่างดีว่า
    ถ้าเป็นสมาธิในระดับปฐมฌานขั้นหยาบ ถ้าสติตามลมหายใจไม่ทัน ก็จะตัดหลับไปในลักษณะแบบนั้น ซึ่งถ้าปล่อยให้หลับอยู่ในลักษณะแบบนั้นยังถือว่าทรงฌานอยู่ เกิดเสียชีวิตไปตอนนั้นยังมีสิทธิ์ที่จะเป็นพรหมชั้นที่ ๑ จึงปล่อยให้บรรดาสามเณรหัวทิ่มพื้นบ้าง บางท่านก็ทอดร่างยาวไปเลยก็มี..!

    เรื่องพวกนี้ถ้าคนที่ไม่เข้าใจก็จะไปว่าสามเณรขี้เกียจ แต่ความจริงแล้วก็คือพอสมาธิเริ่มทรงตัว ถ้าเป็นปฐมฌานหยาบก็จะมีอาการแบบนี้กันทั้งนั้น..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    สำหรับวันนี้ถือว่าเป็นวันรักษาตัวของกระผม/อาตมภาพ เนื่องเพราะว่าเมื่อวานนี้ไปงานศพ "ลุงป้อม" ต้องขออภัยท่านที่ตกใจ ไม่ใช่ "ลุงป้อม" ที่ทุกคนรู้จัก "ลุงป้อม" ท่านนี้ก็คือนายลพชัย ถนอมวงษ์ เป็นบุคคลที่ใส่บาตรกระผม/อาตมภาพเป็นประจำอยู่ทุกวัน

    "ลุงป้อม" นั้นจะว่าไปแล้วเกิดในครอบครัวที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ของอำเภอทองผาภูมิ ก็คือเป็นลูกของกำนันกิจจา ถนอมวงษ์ ซึ่งท่านกำนันกิจจานั้น สร้างคุณประโยชน์ให้กับชาวทองผาภูมิไว้เป็นเอนกอนันต์มาก จนกระทั่งบรรดาชาวบ้านเลือกให้เป็นกำนันผูกขาดจนเกษียณอายุ เนื่องเพราะว่าใครมาขอความช่วยเหลือ ท่านไม่เคยปฏิเสธเลย ถึงเวลาก็ให้คืนมาเป็นพืชผลการเกษตรแทน แล้วคิดในราคาท้องตลาด ไม่กดราคาเสียด้วย..! กลายเป็นบุคคลที่สร้างคุณให้กับผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ชาวบ้านจึงยกให้เป็นกำนันผูกขาดไปตลอดชีวิต

    แล้วถัดมาลูกชายก็คือกำนันไพรัช ถนอมวงษ์ ก็ยังรักษาชื่อเสียงเกียรติคุณของพ่อเอาไว้ได้ แม้กระทั่งลูกชายคนเล็กสุด ก็คืออดีตนายกฯ จิรชัย ถนอมวงษ์ ซึ่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าขนุนผูกขาด มาจนกระทั่งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลท่าขนุน ปัจจุบันนี้อายุมาก สุขภาพไม่ค่อยดี จึงต้องถอนตัวเองออกจากวงการการเมืองท้องถิ่น แต่ว่าลูกชายทั้งสองคนก็เป็นสภาชิกสภาจังหวัดกาญจนบุรี เรียกง่าย ๆ ว่าเป็น "เชื้อไม่ทิ้งแถว"

    คราวนี้ด้วยความที่
    "ลุงป้อม" เป็นพี่น้องกับกำนันกิจจา ถึงเวลากำนันก็ตั้งให้เป็นสารวัตรกำนัน แต่ว่า "ลุงป้อม" เป็นคนที่ต้องบอกว่าอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษ ไม่ค่อยจะเอาเรื่องเอาราวกับใคร ยืดไม่เป็น เบ่งไม่เป็น เจอหน้าใครก็ยกมือไหว้ "ครับผม..ครับผม" ตลอด ต้องบอกว่าเป็นบุคคลที่ไปทางไหนก็มีแต่คนรัก เพียงแต่ว่าไม่อยากจะมีภาระรับผิดชอบ

    ดังนั้น..เรื่องของกำนันผู้ใหญ่บ้านก็ไม่รับตำแหน่งกับใคร แต่งตั้งให้เป็นสารวัตรกำนัน ก็ไม่เคยใส่ชุดสารวัตรกำนันแม้แต่ครั้งเดียว ขนาดประชุมบรรดาหัวหน้าส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของอำเภอ ก็ไม่เคยแต่งชุดสารวัตรกำนันไปเลย เมื่อโดนตักเตือนก็ประเภทยกมือไหว้ "ครับ ๆ คราวหน้าจะใส่มาครับ" แต่ก็ไม่เคยใส่สักทีเหมือนกัน พูดง่าย ๆ ว่าไม่เอาตำแหน่งไปเบ่งกับใคร ไม่เอาชื่อเสียงของพ่อของพี่ไปเบ่งกับใคร เป็นบุคคลที่สุขนิยมเป็นอย่างยิ่ง..!

    ถึงเวลาเช้า ๆ ก็เข้าสภากาแฟ พอกระผม/อาตมภาพพาพระเดินผ่าน
    "ลุงป้อม" ก็จะนิมนต์ให้รับบาตรทุกครั้ง แล้วก็ไปเข้าสภากาแฟของตนเองต่อไป
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    ดังนั้น..จึงทำให้งานศพของ "ลุงป้อม" อย่างไรเสียเราก็ต้องมาร่วมงานด้วย เพราะกระผม/อาตมภาพให้นโยบายกับพระวัดท่าขนุนไว้แล้วว่า "ถ้าใครเคยใส่บาตรให้เรา เกิดเสียชีวิตลงไป ก็ต้องไปช่วยงานศพเขา ต้องไปเผาศพเขา"

    แต่ว่า
    "ลุงป้อม" เสียชีวิตตอนที่กระผม/อาตมภาพอยู่ที่อู่ไถซาน ประเทศจีน จึงต้องมาร่วมงานในวันฌาปนกิจ แล้วก็ไม่รู้ว่าด็อกเตอร์พระครูปู (ท่านพระครูวรกาญจนโชติ, ดร.) เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิท่านเป็นหวัด ดังนั้นจึงได้ติดหวัดมา แล้วยังต้องไปคลุกคลีกันอีกพักใหญ่ เพราะว่าต้องไปขอลายเซ็นท่านรับรองเรื่องการแจกทุนสามเณรภาคฤดูร้อน ซึ่งนอกจากจะต้องมีลายเซ็นแล้วยังต้องประทับตราเจ้าคณะอำเภอด้วย เพื่อเป็นการยืนยันว่าได้กระทำไปจริง ๆ

    ในเมื่อรับเอาโรคมาแล้วก็ต้องรีบรักษา ไม่อย่างนั้นอาจจะพาคนอื่นติดโรคไปด้วย ฉวยโอกาสไปหาหมอ แล้วก็ไปทำฟันอีกต่างหาก แล้วก็ได้รับความเมตตาจากคุณหมอประจำตัว เนื่องเพราะว่าไปอู่ไถซานครั้งนี้ ความชราเริ่มปรากฏ มีการเจ็บหัวเข่า แต่ว่าจะวิ่งไปหาหมอ หมอบอกว่าไม่ต้อง แล้วก็เป็นฝ่ายวิ่งมาหาเอง งวดนี้จึงกลายเป็นอะไรที่เรียกว่าคุ้มค่าสุด ๆ มาทีเดียวรักษาตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าพรุ่งนี้นั่งรถยาว ๆ หลายชั่วโมง อาการจะทุดลงหรือเปล่า แต่ก็รักษาไปตามหน้าที่

    เนื่องเพราะว่าเรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่อาจจะล่วงพ้นความแก่ไปได้ เรามีความเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นธรรมดา ไม่อาจจะล่วงพ้นความเจ็บไข้ได้ป่วยไปได้ แล้วถ้าเป็น
    "ลุงป้อม" ก็คือมีความตายเป็นธรรมดา ไม่อาจจะล่วงพ้นความตายไปได้..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    เพียงแต่ว่าตายอย่าง "ลุงป้อม" ถือว่าตายอย่างมีคุณค่า แม้กระทั่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๕ หรือว่าเขตอำเภอทองผาภูมิ คือนายพนม โพธิ์แก้ว ก็ยังมาเป็นประธานในการฌาปนกิจศพให้ บรรดานักการเมืองทั้งระดับจังหวัด ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น ก็แห่กันมามากมาย จนพระที่ขึ้นพิจารณาผ้าไตรบังสุกุลนั้น จำเป็นที่จะต้องใช้ชุดเดิมซ้ำ ๆ หน้ากันถึง ๔ - ๕ รอบ..!

    ในเมื่อขณะที่มีชีวิตอยู่ คนก็รักก็เกรงใจ เมื่อสิ้นชีวิตจากไป คนก็อาลัยคิดถึง ถ้าสามารถทำชีวิตของตนให้อยู่ในลักษณะแบบ
    "ลุงป้อม" นี้ได้ ก็ถือว่าท่านทั้งหลายไม่เสียทีที่เกิดมาแล้ว

    เพราะว่าการเกิดมาชาติหนึ่งของเรานั้น มีแต่ต้องเร่งสั่งสมความดีไว้ให้มากที่สุด เพื่อที่ถึงเวลาถ้าสิ้นชีวิตไป แล้วเรายังไม่หลุดพ้นจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพาน อย่างน้อย ๆ ผลบุญที่เราสร้างเอาไว้ ก็จะนำเราไปสู่สุคติภูมิ เกิดอยู่แต่ในที่มีความสุขความเจริญ มีความร่ำรวยอุดมสมบูรณ์ด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค

    ถ้าหากว่ามีการกระทำสิ่งหนึ่งประการใดที่เป็นพุทธบูชาเข้าไปด้วย ก็จะเกิดมามีอำนาจวาสนา เป็นเจ้าคนนายคน จะยิ่งใหญ่มากน้อยอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับบุญที่ทำมา


    การตายของ
    "ลุงป้อม" จึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดให้กับบุคคลที่มีชีวิตอยู่ ว่าเราจะบำเพ็ญแต่คุณงามความดีในลักษณะนี้ หรือว่าจะทำตัวอยู่ในลักษณะที่อยู่ไปคนเขาก็สาปแช่ง ก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านทั้งหลายจะเลือกเส้นทางชีวิตกันเอง

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันจันทร์ที่ ๒๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...