เตรียมตัวให้พร้อม!มันกำลังมา แจ้งข่าวสารการชำระโลก

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย jityim, 23 เมษายน 2018.

  1. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,453
    ค่าพลัง:
    +3,220
    ธรณีพิโรธ

    คำเตือน!! ประเทศไทย !! กับการรับมือภัยพิบัติ จากโพสต์ที่ผ่านมาวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2025

    ประเทศไทย 28 มีนาคม 2568 เกิดแผ่นดินไหว เกิดความเสียหายรุนแรงเป็นประวัติศาสตร์ ทั้ง ๆ ที่อยู่ไกลจากจุดศูนย์กลาง นับพันกิโล

    ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลองย้อนไปพิจารณาอ่านกันอีกครั้งค่ะ นัยยะต้องการสื่อเตือนอะไร?

    ขอแก้ไขเพิ่มเติมค่ะ

    ข้อความเริ่มแรกเลยเป็นการสื่อโดยตรงจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยมีการพิมพ์รายละเอียดเพื่อขยายความเพิ่ม แต่ ...มีเหตุดลใจให้ไปกดตัวออกไป กลับมา ข้อความส่วนที่จะขยายหายไป คงเหลือแต่ข้อความสำคัญ สั้น ๆ ไม่เข้าใจคิดว่าบังเอิญ จึงพิมพ์ขยายใหม่ เพื่อความแน่ใจ ทีนี้ลองออกไปจากโพสต์ กลับเข้ามาใหม่ข้อความคงเหลือแบบเดิม เหมือนที่ลงครั้งแรก จึงตัดสินใจโพสต์ไปตามที่เหลือนั้น

    การแก้ไขเพราะว่า มีคำว่า ธรณีพิโรธ ขึ้นมาในใจ จึงกลับมาแก้ไข

    และมั่นใจว่า ข้อความสำคัญของโพสต์นี้ ถูกกำหนดโดย สิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน นะค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 เมษายน 2025
  2. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,453
    ค่าพลัง:
    +3,220
    สอบถามผู้รูู้ เกี่ยวกับนิมิตรที่เกิดขึ้นค่ะ

    Jityim เป็นคนธรรมดามาก วัน ๆ ก็อยู่คนเดียว สันโดด ชอบความสงบ ไม่ชอบความวุ่นวาย สวดมนต์ นั่งสมาธิบ้าง ส่วนใหญ่จะเรียนรู้กายและใจเป็นหลัก

    ตนเองไม่ได้รู้เรื่องราวทุกเรื่อง การรับรู้ใด ๆ เกิดมาจากมีข้อมูลต่าง ๆ ปรากฎขึ้นมาเอง ในขณะที่กำลังดูอยู่ เช่นในสื่อโซเชียลต่าง ๆ ปรากฎขึ้นมาให้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่ปรากฎขึ้นในใจ

    บางครั้ง ก็มีความคิดผุดขึ้นในใจขึ้นมา หรือมีองค์ความรู้เกิดขึ้นให้ได้รู้ แล้วก็ได้เชื่อมโยงกับข้อมูลที่ให้ได้รู้เห็นต่าง ๆ เช่นสื่อโชเชียล ตามที่ปรากฎข้างต้น

    และสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในใจ เหมือนมีแรงผลักดันให้ต้องทำ ถ้าฝืนหรือปฏิเสธเหมือนต้องติดอยู่อย่างนั้น ไปต่อเรื่องอื่น ๆ ไม่ได้

    และการทำในสิ่งที่เกิดขึ้นในกระทู้นี้ เรื่องราวต่าง ๆ ที่นำมาให้พิจารณาล้วนเกิดจากข้อมูลที่เกิดขึ้นเองจากภายในประกอบกับข้อมูลส่งมาให้โดยบังเอิญ เพื่อให้เชื่อมโยงกัน

    คนที่เข้ามาอ่านเสมอ ๆ จะรู้ดีว่า แต่ละโพสต์ที่ปรากฎว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในแต่ละโพสต์จะเล่าให้ฟังไปพร้อมด้วยเสมอ เพื่อเป็นข้อมูลพิจารณา ว่าเชื่อถือได้หรือไม่ โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าความเป็นจริงนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และจะเป็นจริงแค่ไหน!!

    นั่นเป็นนิมิตรที่เกิดขึ้นในใจที่ปรากฎขึ้นมาให้ได้รับรู้ และเป็นเหตุ เป็นผล เพื่อให้พิจารณา ในสิ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์ ต่อชาติบ้านเมือง และมวลมนุษยชาติ

    ส่วนนิมิตร ทีเกิดจาก การเห็นเป็นรูปร่าง ที่ชัดเจนที่เกิดจาก กึ่งหลับ กึ่งตื่น คือข่วงที่งีบหลับ และกำลังจะตื่น ปรากฎขึ้นมา เป็นรูปที่ชัดเจนมาก พนายามจะลืมตา รูปนั้นก็ไม่ยอมหายไป คือ...

    รูปกระบอกปืน ที่ค่อย ๆ ก่อตัวทีละน้อย แล้วเห็นภาพชัดเจน จนเด่นชัด แล้วค่อย ๆ หันกระบอกปืนเข้าามาหา jityim พยายามจะลืมตา ก็หายไปแว๊บหนึ่งและปรากฎขึ้นอีกครั้ง เป็นเวลาหลายวินาที

    นิมิตรที่ปรากฎขึ้นในใจ กับนิมิตรที่ปรากฎขึ้นตอนกึ่งหลับ กึ่งตื่น 2 สิ่งแตกต่างกันอย่างไร คะ

    นิมิตรแรก พอจะเข้าใจว่า หมายถึงสิ่งใด เพราะอะไร?

    ส่วนนิมิตรสอง ไม่เข้าใจ คืออ่ะไร ต้องการสื่อเรื่องใด จะเป็นจริงแค่ไหน แล้วต้องการให้ทำอย่างไร นะค่ะ

    ก็เลยอยาสอบถามผู้รู้ว่า สิ่งที่ jityim กำลังทำ ถ้ายัอนกลับไปดูโพสต์แรก ก็จะปรากฎไปป๊อบอัพขึ้นมาเอง โดยที่ตนเองก็ไม่รู้ว่า การปรากฎขึ้นมาเองนั้น เพราะอะไร ในใจคิดว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต้องการให้ทำต่อมั้ง

    และข้อมูลต่าง ๆ ล้วนเป็นเหตุและผลเพื่อพิจารณา
    เกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติที่มวลมนุษย์ชาติต้องร่วมแรงร่วมใจเพื่อเอาชนะภัยธรรมชาติได้ต้องทำอย่างไร

    Jityim คิดว่าตนเองกำลังทำประโยชน์เพื่อคนอื่นๆ ต้องการให้รอดพ้น และหลุดพ้นจากอันตรายจากภัยธรรมขาติอันใหญ่หลวงเหล่านี้

    ขอสอบถามผู้รู้ว่า นิมิตรกระบอกปืนที่เกิดขึ้นนี้ เกิดจากสาเหตุใด และนิมิตรนี้เชื่อถือได้ไหมคะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 เมษายน 2025
  3. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,453
    ค่าพลัง:
    +3,220
    สัญญาณเตือน "แผ่นดินไหว" ขนาดใหญ่
    Earthquakes watch Begins Now

    และแล้ว..มนุุษย์โลก ก็สามารถใช้วิทยาศาสตร์พิสูจน์ปรากฎการณ์ที่มาของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เป็นภัยพิบัติของมนุษย์ ได้แล้วว่าเกิดจากสาเหตุใด

    มีข้อมูลจากนักธรณีวิทยา ที่เป็นวิทยาศาสตร์ให้มนุษย์โลกได้รับรู้ว่า สัญญาณก่อนเกิดแผ่นดินไหว มาจากสาเหตุใด



    ส่วนคลิปด้านล่างนี้เป็นข้อมูลที่บันทึกในประวัติศาสตร์ขัอมูลแผ่นดินไหว ไมว่าจะเป็นแผ่นดินไหวจากญี่ปุ่นสึนามิ ปี 2011 หรือแผ่นดินไหวสึนามิเกิดขึ้นในไทยจากทะเลอันดามัน ปี 2004 แม้กระทั่งล่าสุดเกิดที่ประเทศพม่า (ล่าสุด) ปี 2025

    https://www.youtube.com/live/81FAIQOznb8?si=HNsiZicX9u8eGzLR

    ตั้งแต่ ปี2018 jityim ได้นำข้อมูลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นำมาบอกกล่าวว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อขาวโลกบอกว่าไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เฝ้าติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลก แล้วรอดู หลังจากนั้นไม่นานจะเกิดแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในโลก

    ซึ่ง Jityim จะกล่าวไว้หลายครั้งว่า ถ้าได้รับรู้มวลคลื่นพลังงานแรงดันสูงในอากาศ ยิ่งมีกำลังแรงสูง เสียงในอากาศจะเสียงดังมาก และมีการรับรู้การเคลื่อนหรือขยับตัวใต้พิภพ หรือ อาการกวัดแก่วงสัดส่ายของโลกจะเกิดขึ้นให้รับรู้ได้

    สิ่งศักดิ์สิทธ์ได้สื่อเตือนว่า หมายถึงอะไร!!??

    เพื่อเป็นการช่วยเหลือโลก เพื่อยกระดับพลังงานต่อระบบโลก จะต้องใช้พลังงานมหาศาล เนื่องจากจิตสำนึกของมนุษย์โลกมีการสั่นสะเทือนด้านบวก เพื่อปลดปล่อยพลังงานออกมาให้แก่ระบบโลกในระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น โลกจึงมีพลังงานใหม่ทดแทนที่เสียสมดุลไปไม่มากพอ การถ่ายเทพลังงานจำนวนมากจากภายนอกเข้ามาสู่ระบบโลก จึงมีความจำเป็น

    เมื่อพลังงานที่ถูกส่งเข้ามาใหม่มีความเข้มข้นสูง กายภาพของโลกย่อมได้รับแรงกระตุ้นให้เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงตามไปด้วย

    ซึ่งกระบวนการดังกล่าว มีทั้งพายุหมุน แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด

    พายูหมุน ทันทีที่คลื่นแม่เหล็กความความถี่สูงเดินทางจากชั้นบรรยากาศมาสู่โลกเป็นระลอกนั้น จะเกิดปฏิกิริยากับคลื่นพลังงานไฟฟ้าที่ดำรงอยู่ในสนามพลังงานโลก ก่อให้เกิดพายุแม่เหล็กฉับพลัน ก่อเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง มนุษย์ต้องเผชิญ ฟ้าผ่า น้ำท่วม วาตภัยร้ายแรง

    แผ่นดินไหว สิ่งที่จะบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า ต้องมีที่ใดที่หนึ่งเกิดฝนฟ้าคะนองรุนแรงติดต่อกันอย่างน้อย 2-3 วันก่อนเสมอ โดยทิ้งระยะห่างเป็นเดือนหรือสัปดาห์ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเกิดที่เดียวกันเสมอ อาจเกิดคนละซีกโลกก็ได้

    นี่เป็นกระบวนการหนึ่งในการคืนพลังงานที่เสียสมดุลไปให้แก่ระบบโลกอยู่เป็นระยะ ๆ ช่วงใดที่โลกเสียสมดุลทางพลังงานไปมาก มนุษย์จะต้องเผชิญกับสภาวะแผ่นดินไหวรุนแรงมากน้อยถี่บ่อยตามสัดส่วนที่เสียสมดุลไปเสมอ ส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อสร้างพลังงานใหม่ขึ้นทดแทนที่สูญเสียในระดับกลาง โดยพยายามให้มนุษย์กับโลกบอบช้ำน้อยที่สุดเสมอ

    สาเหตุของแผ่นดินไหวตามธรรมชาติมักเกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกของรอยแยกตามแนวยาวเหล่านั้นโดยมีเงื่อนไขต่าง ๆ มากมายดังที่รู้กันอยู่ คลื่นพลังงานแม่เหล็กความถี่สูง ซึ่งถูกส่งเข้ามายังกายภาพของโลก ส่วนที่เหลือจากการสร้างพายุแม่เหล็กใต้ธรณี ทำให้ของไหลและโลหะแข็งใต้พื้นโลกคายพลังงานออกมาจำนวนมาก จนสามารถเคลื่อนย้ายตนเองด้วยพลังงานมหาศาลนั้น ปรากฏการณ์การสั่นสะเทือนทางกายภาพของโลกจึงเกิดขึ้นตามความรุนแรงของพลังงานที่โลกคายออกมา

    บริเวณที่เกิดไม่จำกัดว่าจะเป็นภาคพื้นทวีปหรือใต้มหาสมุทร แต่ถ้าเกิดใต้มหาสมุทรมันจะก่อเกิดคลื่นยักษ์ที่พร้อมแสดงพลังอำนาจของมัน สู่บริเวณที่ตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ได้รุนแรงมากเช่นกัน ถ้ามันคลำหาเป้าที่จะคายพลังงานออกมาไม่ได้ มันจะสามารถรอนแรมเดินทางไปได้เรื่อยๆ แม้จะมีเวลานานเป็นสัปดาห์จนกว่าจะถึงเป้าหมายเลยทีเดียว

    ภูเขาไฟระเบิด การกระทำที่รุนแรงสูงสุดนี้ จะดำเนินการก็ต่อเมื่อต้องการผลการกระทำขั้นสูงสุดเท่านั้น

    จักรวาลจะใช้วิธีการสร้างพายุแม่เหล็กอย่างรุนแรงบริเวณใต้พื้นโลกส่วนที่เป็นโลหะร้อน ซึ่งสะสมพลังงานไว้อย่างมากมายให้มันคลายพลังงานออกมา เพื่อเคลื่อนย้ายไปที่ทางที่กำหนดไว้ การเคลื่อนย้ายแนวของโลหะแข็งแทนที่ของไหลที่ถูกผลักดันออกมา จึงจะเกิดขึ้นมันเป็นกระบวนการเพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางของแนวแกนแม่เหล็กโลกให้เบี่ยงเบนไป เพื่อวางระบบเครือข่ายของเส้นแรงแม่เหล็กโลกระบบใหม่นั่นเอง

    ข้อมูลดังกล่าวจากสถิติมักจะเกิดขึ้นปรากฎการณ์ต่างๆ ขึ้นก่อนจะเกิดแผ่นดินไหวเสมอ ยกเว้นกรณีแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่ประเทศพม่า วันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่เกิดแผ่นดินไหว ก่อนเกิด "คลาส" วันที่ 29 มีนาคม 2568 1 วัน แสดงว่าพลังงานที่ถูกส่งเข้ามายังมีคลื่นความรุนแรงสูงมากกว่าปกติ จึงเกิดแผ่นดินไหวก่อนเกิดเหตุการณ์ของ"คลาส " ซึ่งเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก(เคยกล่าวไว้ที่ผ่านมามีแผ่นดินไหวก่อนคลาส )



    น่าจะมีสาเหตุอะไรบางอย่างที่ตักเตือนประเทศพม่า และ jityim คิดว่าเรื่องนี้คงไม่บังเอิญ



    สำหรับประเทศไทย ได้ลงข้อมูลในกระทู้ด้านล่างว่า แดนสยาม อาจไม่ใช่เมืองที่ปลอดภัยอีกแล้ว เพราะสาเหตุใด

    https://palungjit.org/threads/รวมพลคนเตือนภัย-ยกตัวอย่างตึก-สตง-ถล่ม.819996/

    ซึ่งได้เจอข้อมูล สัญญาณเตือนก่อนเกิดแผ่นดินไหวจาก คลิปก่อนหน้า ที่นักวิทยาศาสตร์ได้ออกแจ้งข้อมูลให้รู้ว่ามีการบันทึกประวัติที่เก็บข้อมูลเอาไว้ และบังเอิญตรงกัน (นำมาให้พิจารณาบอกกล่าวกัน)



    ซึ่งได้เจอข้อมูลแผ่นเปลือกโลกแถบทะเลอันดามันที่ยังที่ยังมีโอกาสเสี่ยงสูง (เกี่ยวข้องที่จะเกิดขึ้นกับประเทศพม่าทางตอนใต้ด้วย)

    และประเทศไทยกรณีน้ำท่วมโลกตามญาณทรรศนะของผู้หยั่งรู่จะเกิดได้ กรณีนี้ (ภาคใต้จะหายไป น้ำท่วมภาคกลาง อีสานจะเป็นชายทะเล)



    และกรณี

    https://youtu.be/woxOcrxhNiE?si=WpvVmXC4V4Oc6H71

    ส่วนกรณีน้ำท่วมโลกจากเหตุปัจจัยนี้

    https://youtu.be/OvezOED0LqY?si=-w5oMS2_xHKOnAB8

    ข้อมูลต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาให้ jityim ใด้รับรู้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน ทุกข้อมูลล้วนเชื่อมโยงเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

    ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ อาจจะส่งผลในอนาคตรุ่นต่อไปให้รับรู้และเข้าใจ หรือแม้แต่รุ่นปัจจุบันนี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับมวลมนุษยชาติจะตัดสินใจเลือก ถ้าปัจจุบันเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีอนาคตก็เปลี่ยนแปลง ถ้าปัจจุบันสถานการณ์โลกยังเหมือนเดิม ก็ส่งผลถึงอนาคตรุ่นต่อๆ ไป

    ไม่รู้ว่าโลกจะเป็นเช่นไร มวลมนุษยชาติล้วนช่วยเหลือโลกและกำหนดชะตากรรมร่วมกันได้

    มนุษย์สามารถช่วยเหลือโลกได้มนุษย์จะต้องเรียนรู้ที่จะมอบพลังงานความรักให้แก่เพื่อนมนุษย์และทุกสรรพสิ่งในระบบโลก ซึ่งเป็นระบบเดียวกันผ่านประสบการณ์การอดทน อดกลั้น และการให้อภัยด้วยสำนึกที่ถูกต้องแท้จริงให้จงได้

    ดาวเคราะห์โลกจะบอบช้ำมากเพียงใด และมนุษย์จะต้องเผชิญชะตากรรมรุนแรงระดับใดมนุษย์ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอย่างยิ่ง

    สิ่งที่เคยสงสัยว่า ทำไมข้อมูลต่าง ๆ ทำให้jตนเองได้พบเจอ บางทีก็มีคำตอบมาให้ว่าเพราะอะไร

    หรือความบังเอิญ คือ ความจงใจจากจักรวาล

    IMG_20250422_211848.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 23 เมษายน 2025
  4. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,453
    ค่าพลัง:
    +3,220
    ข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

    ลองพิจารณาข้อมูลนี้ประกอบไปด้วยก็ได้ค่ะ เพราะการรับรู้ของ jityim อาจพิสูจน์ได้โดยยาก คลิปวีดีโิอนี้ จากนักวิทยาศาสตร์เเกี่ยวกับแผ่นดินไหวทางธรณีวิทยา

    Earthquake activity is picking up and sticking mojor cities การขยับตัวของเปลือกโลก หรือ แผ่นดินไหวเริ่มมีมากขึ้นในเมืองใหญ่ ๆ

    https://www.youtube.com/live/r4waLapTjAM?si=kkxeZC1zrLoo6qVn


    IMG_20250424_131338.jpg


    บางทีอาจทำให้เราฉุุกคิดขึ้นมาก็ได้ว่า...ธรรมชาติที่เกิดขึ้นในโลกกำลังบอกอะไรกับเรา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 เมษายน 2025
  5. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,453
    ค่าพลัง:
    +3,220
    การเข้าถึงแก่นแท้ทางจิตวิญญาณ

    ใครที่ดูข่าวในหลวง พระราชินีเสด็จเยือนภูฏานบ้างคะ ใครดูแล้วแล้วเกิดความรู้สึกที่น้ำตาไหลแห่งความรักและตื้นตันใจออกมาบ้างคะที่เห็นในหลวงพระราชินี และประชาชนประเทศภูฏานทำการต้อนรับในหลวงและพระราชินีของเรา



    การเล่าข่าวและภาพที่เห็นทำให้ความรู้สึกร้องให้ออกมา ซึ่งเป็นน้ำตาของความแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ที่เห็นความรักและความปรารถนาดีอย่างจริงใจที่ทั้งสองประเทศมีให้ต่อกัน ซึ่งความซึ้งใจและความอบอุ่นในหัวใจนี้ ทำให้เรารู้สึกเกิดความยินดีและปีติ ทำให้น้ำตาไหลออกมา เพราะทำให้เรารู้สึกว่าชาวภูฐานรักสถาบันพระมหากษัตริย์ รักคนไทย และประเทศไทย จึงทำให้เรารู้สึกรักต่อประเทศภูฏานอย่างมาก มีความปราถนาดีอยากให้ปวงชนประเทศภูฏานมีความสุข ความเจริญ ตอบกลับโดยยอัติโนนัติ เพราะความรู้สึกที่มีการปฏิบัติกระทำต่อกัน

    ความรู้สึกนี้ jityim ไม่ได้มีคนเดียวอย่างแน่นอน เป็นความรู้สึกของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศของผู้ที่มีหัวใจแห่งความเป็นคนไทยที่มีความรักต่อสถาบันพระมหากษัตริย์




    IMG_20250429_085219.jpg

    การมอบพลังงานรักอันบริสุทธิ์ที่มีให้ต่อกัน ถ้าในขณะใดที่มนุษย์เกิดสั่นสะเทือนด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ละเอียดขึ้น อันเป็นสภาวะของจิตที่บริสุทธิ์ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วย ความรัก ความเมตตา ความปีติเบิกบานและความปรารถนาที่จะให้ ในอันที่จะนำมาซึ่งความปีติยินดีมีสุขของผุ้ที่จะได้รับในสิ่งใด ๆ ที่ตนจะมอบให้แล้ว กลไกการผลิตพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติด้านบวกของตนก็จะถูกกดปุ่มขึ้นมาทำงานในทันทึ การสั่นสะเทือนทางจิตสำนึกทั้งของตนเองและผู้อื่น มีผลอย่างยิ่งต่อกระบวนการในมิติทางพลังงานที่ตาเปล่ามองไม่เห็น
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,453
    ค่าพลัง:
    +3,220
    เตือนภัย!!การขยับตัวของเปลือกโลก

    ในช่วงเดือนที่ผ่านมา สุริยะจักรวาลได้มีการปรับความสมดุลพลังงานของสุริยะจักรวาลทั้งระบบ โดยคลื่นพายุสุริยะส่งเข้ามาระบบดาวเคราะห์โลก และดาวเคราะห์ทั้งระบบสุริยะจักรวาล โดยเฉพาะดาวเคราะห์โลกที่ต้องที่กำหนดให้เป็นผู้นำในการฉุดรั้งดาวเพื่อนทั้ง 8 ดวง รวมทั้งดวงจันทร์ ให้โคจรไปรอบจุดศูนย์กลางของระบบสุริยะ คือ ดวงอาทิตย์



    ในระบบสุริยะจักรวาลแห่งโลกนี้ หรือจักรภพนี้ แต่ละดวงมีเส้นทางการโคจรไปรอบ ๆ ดวงอาทิตย์ของตนได้อย่างสม่ำเสมอและคงที่ จนดำรงตนเองอยู่ในระบบจักรภพเดียวกันได้อย่างสมดุลหรือลงตัวตลอดมาได้เนิ่นนานนับล้านล้านปี ก็เพราะมีดาวเคราะห์โลกดวงนี้เป็นผู้รับผิดชอบฉุดรั้งช่วยเหลือโดยแท้

    เพราะดาวเคราะห์โลกเป็นผู้ฉุดรั้งก้าวนำ เพื่อชักพาดาวเพื่อนทั้ง 8 ให้โคจรไปรอบๆดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของระบบจักรภพนี่เอง มนุษย์จึงมิต้องประหลาดใจเลยว่า

    เหตุใดเส้นทางการโคจรของดาวเคราะห์แต่ละดวง จึงมีลักษณะเป็นวงรีและอยู่ในระนาบเดียวกันทั้งสิ้น เพราะดาวเคราะห์แต่ละดวงเป็นผู้ก้าวตามดาวเคราะห์โลกนั่นเอง

    ดาวเคราะห์โลก เป็นจุดกึ่งกลางหรือเป็นจุดศูนย์กลางของทรงกลมที่เรียกว่า "ระบบเอกภพ" ซึ่งเป็นระบบใหญ่

    ความสำคัญของคำว่าจุดกึ่งกลางหรือจุดศูนย์กลางของระบบ ก็คือมันจะต้องมีพิกัดคงที่จะเคลื่อนย้ายไปจากเดิมไม่ได้ เพราะหากเคลื่อนย้ายพิกัดตำแหน่งจุดศูนย์กลางของวงกลมหรือทรงกรมไปจากเดิม วงกลมหรือทรงกลมนั้นจะบิดเบี้ยวไม่เป็นวงกลมหรือทรงกลมดังเดิมอีกต่อไป
    และแน่นอนว่าทุกสรรพสิ่งที่ดำรงอยู่ภายในบริเวณพื้นที่วงกลมหรือดำรงอยู่ภายในทรงกลมเดียวกันนั้นก็จะเกิดอาการเสียสมดุลกันตามไปด้วย

    การปะทะกันหรือการชนระหว่างสรรพสิ่ง และการแตกระเบิดของสรรพสิ่งภายในระบบย่อย ในอันที่จะนำไปสู่เหตุแห่งการทำลายระบบใหญ่ทั้งระบบคือ"เอกภพ" ให้พินาศย่อยยับ ดั่งทฤษฎี "โดมิโน่" จะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในวิถีทางกายภาพโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

    เมื่อดาวเคราะห์โลกดวงนี้ เหวี่ยงหมุนรอบตัวเองช้าลงกว่าพิกัดที่กำหนดไว้ อาการที่ปรากฏขึ้นจะเกิดอาการแกว่งหรือสัดส่ายไปมาในขณะหมุนรอบตัวเอง

    ความจริงที่แท้จริงที่กำลังเกิดขึ้นกับดาวเคราะห์โลกอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อพิกัดของระนาบที่สมดุลของเอกภพจะต้องเบี่ยงเบนไปจากเดิม

    เนื่องจากแนวแกนหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์โลก ได้เกิดเบี่ยงเบนไปจากพิกัดตำแหน่งเดิมมากขึ้น เหตุเพราะเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองช้าลง จึงยังผลให้แนวระนาบของระบบเอกภพเบี่ยงเบนไปทางซ้ายเพิ่มขึ้นจากกันเหมือนเดิมที่สมดุลอยู่ 0.2 องศา

    มนุษย์ยุคปลายพลังงานเก่าสามารถเข้าถึงการใช้ปัญญาอย่างอันเกิดจากสมองซีกขวานำซีกซ้ายกันได้ยากขึ้น

    เพราะค่าสนามแม่เหล็กของสมองทั้ง 2 ซีกไม่สมดุลกัน โดยสมองซีกซ้ายเกิดการอสมมาตรกับสมองซีกขวามากเกินปกติ อันเนื่องมาจากแนวระนาบของเอกภพเบี่ยงเบนไปทางซ้าย 0.2 องศาจากแนวระนาบปกตินั่นเอง

    นี่คือผลลัพธ์ที่เกิดจากการเสียสมดุลของระบบโลก อันเกิดจากน้ำหนักมวลบนพื้นผิวโลกถูกทำให้เพิ่มขึ้นเกินพิกัดที่โลกจะรับไหว ซึ่งมันจะมีผลกระทบต่อเอกภพที่เป็นระบบใหญ่ แล้วในที่สุดมันก็จะส่งผลกระทบย้อนกลับในทิศทางของมุมสามเหลี่ยม คืนสู่มวลมนุษย์โลกในฐานะผู้ก่อเหตุเองเข้าจนได้

    การเป็น"เพื่อนของโลก" แต่ละสรรพสิ่งที่อยู่ในระบบโลก จึงหมายถึงการเป็นผู้ทำหน้าที่ผลิตสร้างประจุไฟฟ้าบวกป้อนให้แก่ดาวเคราะห์โลกของตนนั่นเอง

    เมื่อมนุษย์ไม่สามารถทำหน้าที่ช่วยเหลือโลกได้ การที่ส่งคลื่นพายุสุริยะเข้ามาในระบบโลก เป็นการช่วยเหลือโลกยกระดับพลังงานโลกให้กลับมาสมดุลดังเดิม โดยสิ่งที่ต้องแลกมาภัยพิบัติ การขยับตัวของเปลือกโลก เพื่อคลายพลังงานที่สะสมเอาไว้ นั่นคือภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในโลก

    เมื่อโลกรับพลังงานพายุสุริยะจากนอกโลก ระดับพลังงานสูงขึ้น ทำให้มนุษย์บางส่วนมีการยกระดับจิตใจและสติปัญญาสูงขึ้นด้วย

    แต่ด้วยความไม่เสถียรของพลังงานในโลก มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้โลกเสียสมดุลทางพลังงานลดลง พลังงานจากนอกระบบโลก คือพายุสุริยะจึงถูกส่งเข้ามาเรื่อย ๆ ผลกระทบจากภัยพิบัติจึงตามาเป็นระยะตามค่าพลังงานที่เสียสมดุลไป โดยเฉพาะเขตวงแหวนแห่งไฟ ที่ทำให้เปลือกโลกขยับและคลายพลังงานออกมา จึงมีผลกระทบและเฝ้าระวัง




    ผลที่ตามมาเมื่อพลังงานของโลกเพิ่มขึ้น มนุษย์ส่วนใหญ่ที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงจะถูกยกระดับจิตใจและสติปัญญาสูงขึ้นตามไปด้วย

    หากมนุษย์คนใดไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง จะสร้างปัญหาให้กับสังคมและระบบโลก สังคมนั้นประเทศนั้นจะประสบกับภัยพิบัติอันใหญ่หลวงตามวาระกรรมของคนในประเทศนั้น

    เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สัญญาณการขยับตัวของเปลือกโลกเริ่มปรากฎขึ้นอีกครั้ง ก็ยังนึกอยู่ว่าช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมา ไม่ได้รับรู้พลังงานของโลก ถึงแม้จะมีพายุสุริยะเข้ามา คลื่นพลังงานของโลกก็
    สงบนิ่งไม่รับรู้การขยับเขยื้อน

    และวันนี้ก็เจอข่าวใหญ่อิสราเอล กับอิหร่าน ก็ตรงกับการขยับของโลกพอดี ตามข่าวสถาณการณ์จะรุนแรงหรือไม่รุนแรง การที่นอกโลกส่งพลังงานเข้ามาในระบบโลกย่อมมีผลกระทบตามไปด้วย

    IMG_20250613_205929.jpg
    IMG_20250613_205910.jpg IMG_20250613_205853.jpg

    มนุษย์บางคนอาจสงสัยว่า ปกติแล้วแม็กโตสเฟียส หรือสนามแม่เหล็กโลก ซึ่งแผ่ออกไปในชั้นบรรยากาศรัศมี 60,000 กิโลเมตร มีชั้นของสนามแม่เหล็กที่แข็งแกร่งคอยป้องกันพายุสุริยะจากดวงอาทิตย์ และคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กย่านความถี่ที่เป็นภัยต่อมนุษย์ เอาไว้อย่างดีแล้ว จนแม้กระทั่งอุกกาบาตขนาดใหญ่ ก็ไม่อาจฝ่าแนวกั้นที่ว่านี้เข้ามาทำลายโลกได้ แล้วเหตุใดจึงไม่อาจต่อต้านคลื่นพลังงานแม่เหล็กความถี่สูง ที่ถูกส่งเข้ามายังระบบโลกเพื่อการชำระโลกได้ คำตอบก็คือสนามแม่เหล็กโลกมันจะสามารถป้องกัน หรือต้านยันคลื่นความถี่แม่เหล็กจากพายุสุริยะดวงอาทิตย์ หรือจากแหล่งใดในจักรวาลก็ตาม ที่เป็นพลังงานเข้มข้นไม่เกินระดับ 3 ยุคพลังงานเก่าที่ผ่านมา ไม่เกินระดับ 6 ยุคพลังงานใหม่นี้เท่านั้น หากพลังงานที่ส่งเข้ามายังระบบโลกมีระดับพลังงานสูงเกินกว่าที่กำหนดค่าไว้ ระบบโครงข่ายสนามแม่เหล็กโลกเองก็ไม่สามารถต้านทานมันเอาไว้ได้เลย

    ระดับพลังงานที่ถูกส่งตรงเข้ามายังโลกคือระดับ 7 ซึ่งโลกไม่อาจต้านทานได้ นอกจากจะมีการสร้างร่างแหโครงข่ายสนามแม่เหล็กพิเศษคอยป้องกันไว้อีกชั้นหนึ่งเท่านั้น

    แม้การตัดสินใจเพื่อการชำระโลก ครั้งนี้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้อีกแล้วก็ตาม มนุษย์ยังมีเวลาบรรเทาความบอบช้ำของโลก จากภัยพิบัติที่จะรุนแรง และลดทอนเคราะห์ภัยตนเองกับเพื่อนมนุษย์สังคมเดียวกันจะต้องเผชิญลงได้บ้าง

    มนุษย์จะต้องทำเป็นหมู่คณะ ทำเป็นกลุ่มเป็นสังคมไม่ใช่ใครบางคน เนื่องจากพลังงานด้านบวกจะจิตสำนึกใหม่ที่ถูกต้องของหมู่คณะหรือสังคมจะถูกปลดปล่อยออกมาเป็นแสงสว่างในมิติคู่ขนานซึ่งตาเปล่ามองไม่เห็น แสงสว่างจิตสำนึกของมนุษย์จะจับกลุ่มกันเป็นเมฆปกคลุมเหนือแผ่นดินนั้นไว้อย่างหนาแน่นก็เท่า ๆ กับปริมาณที่ปลดปล่อยออกมา เหมือนเป็นคล้ายร่างแหที่แข็งแกร่งปกคลุมเหนือแผ่นดินนั้นเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง โคร่งข่ายสนามแม่เหล็กคล้ายร่างแหนี้ จะถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะที่เท่านั้น มันมีไว้คอยดูดซับกักเก็บคือพลังงานแม่เหล็กความถี่สูง ซึ่งเป็นพลังงานนอกระบบที่ส่งเข้ามาในโลกโดยลดความรุนแรงลงอยู่ระดับที่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์ผู้อาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้น

    จุดดับบนดวงอาทิตย์มันจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสนามแม่เหล็กบนพื้นผิวดวงอาทิตย์บริเวณจุดดับนั้น มันจะวิปริตแปรปรวนอย่างรุนแรงและต่อเนื่องอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วมาเช่นนี้ไปเรื่อยๆ คือพลังงานระดับ 7 จะถูกปล่อยออกมาจากจุดดับในดวงอาทิตย์ที่มันจะเกิดขึ้นพร้อมกันทีละหลายจุด พลังงานผลลัพธ์อันเกิดจากการปฏิสัมพันธ์ของคลื่นพลังงานในมิติคู่ขนานนี้ เป็นไปในทำนองเดียวกันกับพลังงานรวมด้านบวกจากจิตสำนึกของมนุษย์นั่นเอง

    การเปลี่ยนจิตสำนึกใหม่สู่ความถูกต้องที่แท้จริง ด้วยจิตที่รู้แจ้งในการเข้าถึงความดีงามของมนุษย์ การให้และการรับความรักต่อกัน ผ่านการคิดและการทำเป็นการสั่นสะเทือนทางจิตสำนึกด้านบวก โดยมีจุดศูนย์กลางของจิตใจเป็นบ่อเกิดแห่งการสั่นสะเทือนมันเป็นคลื่นพลังงานความรัก ซึ่งต่างฝ่ายต่างน้อมนำมันออกมาเพื่อเหนี่ยวรั้งซึ่งกันและกันไว้

    IMG_20250613_205815.jpg

    การปลดปล่อยพลังงานแห่งความรัก ผ่านการคิดและการกระทำ แบ่งเป็นพลังงานย่อย ๆ อันเป็นส่วนผสมของพลังงานความรักได้ 3 ชนิด คือ การอดทน อดกลั้น ให้อภัย จะก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนทางจิตสำนึกด้านบวกที่เข้มข้นรุนแรงในมิติคู่ขนานได้ ทั้งยังสร้างความสุขความพึงพอใจของผู้ได้รับผลการกระทำนั้น ก่อให้เกิดภาวะจิตใจที่สมดุลที่มนุษย์หยิบยื่นมาให้ด้วยความรู้สึกและทัศนคติที่ดีงามบนพื้นฐานของความรักเป็นการตอบแทนเช่นเดียวกัน

    ทำให้มนุษย์ทั้งสองฝ่าย ต่างช่วยกันยกระดับจิตสำนึกด้านบวกที่มีต่อกันไปในทางที่สูงขึ้นพร้อม ๆ กันอีกด้วย

    นิยามของความอดทน คือ

    การยินยอมให้บุคคลอื่นได้กระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่อตนเอง เพื่อตนเองจะได้มีโอกาสกระทำในสิ่งที่ถูกต้องกว่า เพื่อประโยชน์สุขร่วมกันต่อไปในวันข้างหน้าได้

    กฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาล อันเป็นกฎเกณฑ์ทางพลังงานมีอยู่ว่า ศาสตร์แห่งความสมดุลกันก็คือ การกระทำใด ๆก็ตามในการสร้างความสมดุลให้ตนเองแล้วจะต้องไม่ทำลายความสมดุลของบุคคลอื่นหรือสรรพสิ่งที่อยู่ร่วมกันด้วย ภัยพิบัติจะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา เพื่อเปิดโอกาสให้มนุษย์ที่พร้อมต่อการเปลี่ยนจิตสำนึกใหม่ ได้ดำรงอยู่เพื่อการสร้างโลก ร่วมมือกันกับโลกมนุษย์ในยุคพลังงานใหม่ต่อไป

    IMG_20250613_205953.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 มิถุนายน 2025
  7. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,453
    ค่าพลัง:
    +3,220
    สงครามนิวเคลียร์จะไม่มีวันเกิดขึ้น ถ้าเราได้รู้ความจริง....

    IMG_20250619_151947.jpg


    เมื่อครั้งที่แล้วได้ลงความข้อมูลกี่ยวกับเรื่องสงครามโลก(นิวเคลียร์) ครั้งที่ 3 จะไม่วันเกิดขึ้น เพราะว่าอะไร ? จึงยืนยันเช่นนั้น !! แต่ต้องมีเหตุให้ลบข้อมูลออกไป ซึ่งเมื่อได้ลบข้อมูลออกไปแล้วนั้น ทันทีทันใดเกิดกระแสลมโหมกระหน่ำเกิดขึ้นอยู่สักพักแล้วก็สงบลง และต่อมาในเวลาดึกสงัดได้รับรู้คลื่นพลังงานอากาศที่มีมวลความหนาแน่นสูง ตลอดเวลาจนถึงบัดนี้

    ตอนนี้ แผ่นดินไหวญี่ปุ่นเริ่มขยับ หลังจากแผ่นดินไหวที่เปรู และภูเขาไฟระเบิดที่อินโดนิเซีย ภูเขาไฟเยลโล่สโตน ทีอเมริกากำลังเริ่มขยับ

    ครั้งนี้ก็มีอุปสรรคเกี่ยวกับเรื่องนี้ตลอด

    IMG_20250620_122249.jpg


    ไม่แน่ใจว่าเป็นพลังงานของฝ่ายมืดขัดขวาง หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์กำลังจะแจ้งเตือนกันแน่ว่า สงครามขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของมนุษย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงสื่อเตือนเพราะรู้ว่าในอนาคตจะเป็นเช่นไร!

    กระทู้นี้ไม่มั่นใจตั้งแต่ลบไปครั้งที่แล้วเพราะมีอุปสรรคเกิดขึ้นเหมือนกับว่ารู้ว่า jityim กำลังมีความคิดกัวลในเรื่องใด จึงส่งเหตุการณ์นั้นเข้ามา

    แต่เมื่อคิดอย่างนั้นจึงลบข้อมูลที่กำลังจะโพสต์ออกไป กลับมายังมีข้อมูลคงเดิม และคิดว่าถ้าไม่ใช่การนำทางของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ข้อมูลต่าง ๆ ที่ไหลส่งมาให้นั้น เพราะสาเหตุ! ถ้าไม่มีข้อมูลเหล่านี้ ตนเองไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้

    ถึงแม้ ณ ขณะนี้ ตัว jityim เอง ก็มีทั้งฝ่ายขาวและฝ่ายมืดตีกันอยู่ ความรู้สึกหนึ่งให้ลบ แต่อีกความรู้สึกหนึ่งต้องทำ (ไม่รู้จะเอาอย่างไรดี) เอาเป็นว่าข้อมูลนี้ทุกท่านที่มีส่วนสำคัญกับโลกใบนี้พิจารณาเอาเองเถิด jityim เพียงแค่ทำหน้าที่ ไม่ทำก็ไม่ได้ ต้องกลับมาทำอีก

    สงครามโลกนิวเคลียร์ จะเกิดหรือไม่ !อยู่ที่การตัดสินใจเลือก อำนาจการตัดสินใจของผู้นำประเทศที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนย่อมรักตนเอง และมีสิ่งที่ตนเองรักและห่วงใย คงไม่มีใครอยากเห็นตนเองและพวกเขาเหล่านั้นได้รับความทุกข์ยากลำบาก ไม่แม้แต่ความทุกข์ยากจากสงครามนิวเคลียร์ หรือหายนะภัยพิบัติขนาดใหญ่ส่วนสิ่งศักดิ์สิทธิ์สื่อเตือนถึงภัยอันตรายให้มวลมนุษยชาติรับรู้และตัดสินใจชะตากรรมร่วมกัน

    เมื่อถึงเวลาก็ต้องเป็นไปตามเหตุปัจจัย เมื่อสงครามโลกนิวเคลียร์จะเกิดขึ้นจริง ๆ เตรียมตัวพร้อมรับภัยพิบัติใหญ่เพื่อชำระล้างระบบโลก ให้มวลมนุษยชาติเตรียมใจเพื่อความอยู่รอดกับการนำมนุษย์ชาติไปสู่โลกใหม่

    หายนะภัยพิบัติขนาดใหญ่ต้องเกิดขึ้นแน่นอน ถ้ามนุษยชาติยังไม่ร่วมมือกันช่วยเหลือโลก แต่ยังยืนยันว่า สงครามโลก(นิวเคลียร์)ครั้งที่ 3 จะไม่วันเกิดขึ้น ตามคำทำนายของนอสตราดามุส มันจะไม่แม่นยำอีกต่อไป นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กโลก แต่ให้มวลมนุษยชาติเปลี่ยนจากการสั่นสะเทือนด้วยความหวาดกลัว เปลี่ยนมาเป็นความรักต่อเพื่อนมุษย์ ด้วยการหันมากระทำความดีงามต่อกัน รู้จักปลดปล่อยพลังงานความรักมอบให้แก่กันและกันมากขึ้น จะได้ช่วยเหลือตนเอง เพื่อนมนุษย์และแผ่นดินของตนให้หลุดพ้นไปจากเคราะห์ภัยรุนแรง ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นตามที่จักรวาลกำหนดเป้าหมายนั้นไว้ให้จงได้

    โหรนักพยากรณ์จำนวนหลายคนทำนายไว้ ว่าจะต้องเกิดขึ้น และเหตุการณ์ปัจจุบันก็ทำให้มองได้ว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นมีความเป็นไปได้สูง เพียงแค่มีการตัดสินใจเพียงชั่ววูบของผู้นำประเทศบางคนเท่านั้น

    IMG_20250620_100537.jpg
    IMG_20250620_094534.jpg


    สงครามนิวเคลียร์ จะต้องไม่มีวันเกิดขึ้น!! นี่เป็นสื่อคำเตือนจากจักรวาล ที่มองลงมายังมนุษย์โลกผ่านอณูช่องว่าง ที่เห็นถึงเหตุการณ์ในอนาคตเกี่ยวกับที่มนุษย์เลือกตัดสินใจ

    ดาวเคราะห์โลกเราไม่ได้โดดเดี่ยว ตลอดระยะเวลาดาวเคราะห์เราได้รับการช่วยเหลือจากจักรวาลเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์ชาติสู่การตื่นรู้ความจริงทางด้านจิตวิญญาณและการกระทำความดีงาม ด้วยกระบวนการทางจิตสำนึกของมนุษย์แต่ละคน ที่กระทำต่อกันและต่อดาวเคราะห์โลกบนพิกัดถิ่นอาศัยดำรงอยู่ ด้วยการปลดปล่อยพลังงานด้านบวกคือความรักสู่สนามพลังงาน คือความรักสู่สนามพลังงานในจักรวาลโลกมากเท่าใด พื้นแผ่นดินที่อยู่อาศัยย่อมจะได้ผลลัพธ์จากการกระทำช่วยเหลือโลกครั้งนี้ ในรูปของภัยพิบัติที่ลดความรุนแรงลงได้ตามสัดส่วนพลังงานที่สร้างขึ้นเสมอ

    ขอย้ำอีกครั้งว่า การช่วยเหลือดาวเคราะห์โลกใบนี้ คือความเหมาะสมอย่างยิ่งที่การชำระระบบโลก โดยยกระดับพลังงานให้สูงขึ้นขึ้นสู่การสมดุลยิ่งกว่าระดับเดิม การกระทำครั้งนี้เป็นการกระทำ
    จากภายนอกระบบโลกโดยตรง มนุษย์ที่ไม่เข้าใจไม่รู้แจ้งความลับเบื้องหลังมิติโลกอันเป็นมิติคู่ขนานและเคยชินอยู่กับภาวะธรรมชาติปกติตลอดมาเข้าใจว่า ธรรมชาติคือธรรมชาติ มักจะไม่เชื่อในเรื่องนี้ ส่วนมนุษย์ที่มีใจหวั่นไหวง่ายก็จะพากันอกสั่นขวัญแขวนไปกับข่าวร้ายเรื่องโลกแตกเสียเกินจริง

    โอกาสที่โลกจะแตกดับได้จริงๆ มีเพียงช่องทางเดียวคือ ดวงอาทิตย์ของระบบสุริยะนี้เกิดการเย็นตัวลง เพราะสิ้นพลังอำนาจในตัวเองเท่านั้น

    จงอย่าเชื่อคำพยากรณ์ใดๆ ในเรื่องโลกแตกอีกเลย เพราะหากโลกแตกดับเข้าจริงๆ มันจะก่อให้เกิดการเสียสมดุลของระบบสุริยะนี้

    สงครามนิวเคลียร์จะทำลายอารยธรรมมวลมนุษย์ให้สูญสิ้น ก่อให้เกิด "ฤดูหนาวนิวเคลียร์" ถึงขั้นทำลายอารยธรรมหมดสิ้นได้ มันทำงานอย่างไร?และมีลักษณะอย่างไร?




    (หมายเหตุ ท่านใดต้องการแปลเป็นภาษาของตนเอง เช่น ภาษาไทย สามารถกดรูปฟันเฟือง ที่ด้านบนขวา vdo เลือก คำบรรยายแทนเสียง เลือก แปลอัตโนมัติ แล้วจะมีภาษาต่าง ๆ ทั่วโลกให้เลือกแปล)

    และนี่คือ การปลุกความสยองขวัญของจักรวาล หากโครงการความลับสุดยอดเกิดขึ้นมาจริง



    คลิปวีดีโอนี้ ปรากฎเข้ามาผ่านตาขณะนำข้อมูลมาประกอบ จึงน่าจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ จึงมาประกอบกับข้อมูลด้วย




    คลื่นสึนามิที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ครั้งหนึ่งนั้น มีแนวโน้มจะเกิดการขึ้นอีกครั้ง มหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ อาจเทียบได้กับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์



    จากข้อมูลใน VDO นี้ ต้องการสื่อให้มวลมนุษย์เข้าใจความจริงถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น...เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สถานการณ์แท้จริงเกิดจากสาเหตุใด! และมนุษย์ชาติควรจะวางใจตนเองเช่นไร เพื่อพาตนเองรอดพ้น




    ถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางในขณะนี้ ตอนนี้เราอยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนมนุษยชาติกำลังสั่นสะเทือนคลื่นความถี่ที่สูงขึ้น และรักษาความสมดุล เมื่อสิ่งต่าง ไป มืดมนเกินไป ทุกอย่างต้องมีเสถียรภาพ มีการกระจายพลังงานทำลายล้างก่อนที่ทุกอย่างจะหลุดจากการควบคุม ให้ทุกคนเชื่อมโยงกัน เราทุกคนล้วนมาจากแหล่งเดียวกัน

    ความกลัว ความกังวล ที่เกิดขึ้นทั่วโลกโดยเฉพาะในสถานที่ เช่นตะวันออกกลาง เป็นการผลักดันครั้งสุดท้าย เป็นการทดสอบครั้งสุดท้าย ก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พวกเขาเรียกมันว่าตัวเร่งปฏิกิริยาทางจิตวิญญาณ กล่าวคือเสียงรบกวนความกลัว ความสับสนทั้งหมด มีไว้เพื่อปลุกเราไม่ใช่ทำลายเรา แต่เพื่อปลุกเราจากการนอนหลับ

    ความขัดแย้งระหว่างดินแดนโบราณอย่างเปอร์เซียกับไซออนิตส์ในปัจจุบันนี้ ไม่ใช่เรื่องราวเป็นทางการเมืองหรือแค่ศาสนาเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของสัญลักษณ์เป็นเรื่องของแสงกับเงา ความสามัคคีกับการแบ่งแยก การตื่นรู้กับการควบคุม ความตึงเครียดที่เป็นอยู่ณขณะนี้ เป็นการจัดเรียงพลังงานธรรมชาติที่กำลังเปลี่ยนแปลง เรากำลังสร้างคลื่นพลังงานสูงขึ้น ระบบเก่าสร้างขึ้นบนความกลัว การควบคุม และการแบ่งแยก เรากำลังดึงจากเงามืดครั้งสุดท้ายที่เขากำลังก่อให้เกิดสงครามภูมิภาค เพราะความกลัวทำให้เราแตกแยก เรายังไม่สามัคคีเราถูกการควบคุม ถ้าเราเลิกกันไว้ เราเห็นใจต่อกันแทนความเกลียดชังแสงสว่างก็จะยิ่งเข้มแข็งขึ้น

    ข้อความดังกล่าวใน VDO ถ้าใครได้ฟังด้วยหัวใจอันสงบ เราจะเห็นถึงความรักและปรารถนาดีต่อมนุษย์ในการปฏิบัติต่อกัน เนื้อแท้ของความเป็นมนุษย์มีความแสงสว่างและบริสุทธิ์เสมอกัน คุณค่าของการเกิดเพื่อมีความรักและมีเมตตาอันดีต่อกัน ถ้าใครกำลังมองผู้อื่นที่กำลังตกทุกข์ มีความกลัวและสูญเสียคนที่รัก เราจะเห็นภายในของเขา ความรู้สึกของเขาและของเราไม่ต่างกัน

    ตอนนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างความมืดและแสงสว่าง ระหว่างความรักต่อ กับการมุ่งแสวงหาพลังอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์ในตนเองด้วยกันทั้งสิ้น

    มนุษย์ส่วนใหญ่บนโลกนี้ล้วนต้องการแสวงหาพลังอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์ในตนเองด้วยกันทั้งสิ้น แต่เป็นการมองหามันแค่ด้านเดียว คือความมีความเป็นในมิติทางกายภาพ การมุ่งแสวงหาพลังอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์ของมนุษย์ จึงมุ่งเน้นกันที่ผลลัพธ์อันเกิดจากการกระทำต่อบุคคลอื่นเพื่อความเหนือกว่า เพื่อการนำพา และเพื่อชักจูงจิตวิญญาณผู้อื่น โดยต้องการให้ผู้อื่นยอมจำนนกับอำนาจเหนือกว่าที่ตนมีอยู่ ไม่ว่าบุคคลอื่น ๆ จะยอมรับหรือไม่ยอมรับอำนาจเหนือกว่าเขาตนหรือไม่ก็ตาม

    อำนาจใดที่ได้มาจากการกระทำดังกล่าวนี้ มันเป็นอำนาจด้านลบ ที่เกิดจากจิตสำนึกที่ไม่ถูกต้องหรือบกพร่อง ก่อให้เกิดการการกระทำที่ก้าวร้าวต่อบุคคลอื่น เพื่อให้ผู้อื่นสูญสิ้นพลังอำนาจในตัวเองไปชั่วคราว ขณะที่ต้องจำยอมอยู่ใต้อำนาจบงการนั้น

    อำนาจใดที่ได้มา จากจิตสำนึกที่บกพร่อง จะเป็นพลังอำนาจที่ไม่แท้จริง ซึ่งมีโอกาสเสื่อมสลายได้เสมอ เนื่องจากเป็นพลังอำนาจที่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอกอื่นๆเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่พลังอำนาจแท้จริงภายในอันเกิดจากคุณสมบัติของจิตสำนึก ที่สั่นสะเทือนสูงสุดทางด้านบวกของมนุษย์ ที่บุคคลอื่นยอมจำนนและยอมรับได้อย่างไร้การต่อสู้ ตอบโต้ ต่อต้าน แต่เป็นการยินยอมโดยสิ้นเชิงตลอดไป

    ปัจจัยภายนอกในการสร้างอำนาจเหนือบุคคลอื่นของมนุษย์ อันเป็นอำนาจ ที่ไม่ยั่งยืนไม่เที่ยงแท้แน่นอน มีมากมายหลายรูปแบบ รวมเป็นปัจจัยทางกายภาพทั้งสิ้น เช่น

    โอกาสที่เหนือกว่า
    มีความพร้อมที่มากกว่า


    พลังงานทางอารมณ์จากจิตสำนึกด้านลบ เพื่อการปิดหน้าต่างแห่งโอกาสของคนอื่นด้วยการเบียดเบียน ปิดบัง บังคับ ด้วยการสั่นสะเทือนทางอารมณ์หยาบๆ อันเกิดจากความโลภและความหลง เป็นพลังอำนาจที่ไม่บริสุทธิ์ของมนุษย์ มันจะได้ผลแค่ด้านเดียว ในด้านกายภาพของมิติโลกเท่านั้น แต่มันจะเป็นขยะพลังงานในมิติคู่ขนานทั้งสิ้น เพราะมันเป็นพลังอำนาจเทียมซึ่งเกิดจากจิตใจด้วยอารมณ์หยาบๆ การกระทำที่ก้าวร้าวล้วน ๆ ไม่ได้เกิดจากสติปัญญาของจิตวิญญาณอันเป็นแก่นแท้ของตนเองเลย

    มนุษย์จะต้องรู้ว่ากฎเกณฑ์จักรวาลที่ถูกต้อง ระบบเดียวกัน ด้วยเสมอภาคและความสมดุลกัน เพื่อเป็นพื้นฐานของความเป็นอันเดียวกันเท่านั้น

    เพราะขาดการรู้แจ้งในกฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาล มนุษย์เรียกว่า "สัจธรรม" บนพื้นฐานของความเป็นหนึ่งเดียวกันนี่เอง

    กฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาล ว่าด้วยเรื่องพลังงานของจิตสำนึกมนุษย์ล้วนๆ อำนาจใดที่ได้มาจากจิตสำนึกที่บกพร่อง จะไม่สามารถทำให้มนุษย์คนนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ ด้วยความศักดิ์สิทธิ์หมายถึงการยอมรับของผู้อื่น ความนับถือ เชื่อถือและความศรัทธาอย่างจริงใจ มันจะต้องเป็นพลังอำนาจอันเกิดจากการกระทำทางจิตสำนึก ที่ไม่ก่อให้เกิดขยะทางพลังงานในมิติคู่ขนาน

    ถ้ามนุษย์มุ่งหวังจะกระทำบนกระบวนการใดๆเพื่อเสริมพลังอำนาจในตนเองกับมนุษย์คนอื่น จะละทิ้งจิตสำนึกแห่งความสมดุล ความเสมอภาคและความเป็นหนึ่งเดียวกัน กับคนอื่นไม่ได้

    เนื่องจากกฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาล เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งสิ้น ดังนั้นกระบวนการต่างๆของจักรวาล เรื่องของกระบวนการตามพลังงานล้วนๆ


    ซึ่งมนุษย์สามารถเฝ้าสังเกตปรากฏการณ์นี้ได้ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ แล้วจะพบว่า จุดดับบนดวงอาทิตย์มันจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สนามแม่เหล็กบนพื้นผิวดวงอาทิตย์บริเวณจุดดับนั้น มันจะวิปริตแปรปรวนอย่างรุนแรงและต่อเนื่องอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แล้วมันจะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะล่วงผ่านไปทุกอย่างจะสงบลงดังเดิมอย่างช้าๆ

    https://www.youtube.com/live/K-mH3fo_gVA?si=B40PwrnWI0jNtsu6

    พลังงานรวมอันเกิดจากการผสมผสานเป็นพลังงานผลลัพธ์ หรือพลังงานรวม ของคลื่นพลังงานแม่เหล็กความถี่สูงมีเป้าหมายคือ ดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ได้กำเนิดจากดวงอาทิตย์และจากดวงจันทร์ของโลกทั้งสิ้น

    ค่าพลังงานที่ต้องใช้เพื่อการนี้ คาดว่าอาทิตย์และดวงจันทร์จะต้องใช้พลังงานของตนไป 1 ใน 3 ของแต่ละดวงเลยทีเดียว


    พลังงานของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ที่กระทำต่อโลกข้างต้นนี้ เพื่อชี้ให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า เพียงแค่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ใช้พลังงานที่ตนมีอยู่ เพียงแค่ 1 ใน 3 ก็ทำต่อโลก มันจะก่อให้เกิดผลรวมทางพลังงานจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว

    จากการยกระดับพลังงานให้สูงขึ้นแก่ดาวคราะห์โลกครั้งนี้ ทำให้ดวงจันทร์บริวารของโลกและดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ มีระดับพลังงานลดลงไปมาก การจัดระบบองค์กรให้สมดุลของจักรวาล จำเป็นจะต้องลดจำนวนมวลของดาวเคราะห์โลกให้น้อยลงไปจากเดิมด้วย จักรวาลจึงสมดุลต่อไปได้ ในการกระทำที่มนุษย์สามารถสัมผัสรู้ได้คือ

    ส่วนที่เป็นพื้นแผ่นดินจะหายไป 1 ใน 3 ส่วนจากที่มีอยู่

    มนุษย์จำนวน 1% ที่มีอยู่ จะจบชีวิตลงทันทีกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรืออาจมากกว่านั้น ถ้ามนุษย์เองอยู่ในความประมาท จำไม่นำจิตสำนึกของตนสู่ทางการรู้แจ้ง

    งานจิตสำนึกเข้าสู่การรู้แจ้ง แท้จริงคือ การกระทำดีที่ถูกทางซึ่งหมายถึงการรู้แจ้งเบื้องต้น 3 ประการดังนี้

    มนุษย์ต้องรู้หน้าที่ของตนในการมาสู่รูปธรรมมนุษย์บนดาวเคราะห์โลกแห่งนี้

    มนุษย์ต้องรู้วิธีปฏิบัติหน้าที่ของตน เพื่อการปฏิบัติให้ถูกต้อง

    มนุษย์ต้องรู้เวลาว่า บัดนี้จะละเลยเหลวไหลต่อไปอีกไม่ได้แล้ว ถ้าอยากอยู่รอดปลอดภัยเพื่อก้าวไปพร้อมกับโลกสู่ยุคพลังงานใหม่ที่กำลังจะมาถึง อีกไม่นานนี้


    จงค้นหาสติปัญญาอันเป็นพลังอำนาจในตัวเองให้พบ ด้วยกันเลิกงมงายและไม่อยู่ใต้การที่นำหรือป้องกันของผู้อื่น จงเร่งกำจัดกรรมของตนด้วยการตัดสินใจกระทำต่อผู้อื่นให้ถูกต้อง และจงทำให้จิตสำนึกของตนสั่นสะเทือนด้วยพลังงานความรัก มอบให้แก่โลกและทุกสรรพสิ่ง เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันให้จงได้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 มิถุนายน 2025
  8. ฟ้ามี

    ฟ้ามี สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2020
    โพสต์:
    53
    ค่าพลัง:
    +13
    คำเตือน: ประเทศไทย...ภัยพิบัติใหญ่ของโลกยังรออยู่ข้างหน้า

    สถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ให้ตอบโต้อย่างระมัดระวัง

    IMG_20250725_025714.jpg


    สถานการณ์ไทย - กัมพูชา เป็นเพียงสถานการณ์ที่ยุ่งยากแค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้น ยังมีภัยที่เราต้องเจอหนักกว่านี้มากกว่า คือ ภัยธรรมชาติที่ทั่วโลกต้องเผชิญ ถ้าหากคนไทยยังขาดความตระหนักรู้ถึงอนาคตที่จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้

    Screenshot_2025-07-24-15-58-32-80_40deb401b9ffe8e1df2f1cc5ba480b12.jpg

    คำเตือนนี้ มีความเป็นไปได้เสมอ ตราบใดที่พลังงานของโลกใบนี้ ถึงจุดตกต่ำทางพลังงานที่ต้องมีการปรับสมดุลเพิ่มขึ้น

    สถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ให้เข้าไปหาต้นเหตุที่แท้จริงว่าทำไม? กัมพูชาจึงตัดสินใจโจมตีประเทศไทยก่อน ทั้งที่ก่อนหน้าก็ทุกฝ่ายก็อดทนทุกสถานการณ์มาตลอดเป็นเดือน ๆ ถึงแม้จะมีการยั่วยุการมาตลอด ทั้งทหารบ้าง พลเรือนบ้าง ไทยก็ไม่โต้ตอบ จนกระทั่งวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมานี้ กัมพูชาได้ทำการโจมตียิงอาวุธใส่พลเรือนทำให้บาดเจ็บล้มตายจำนวนหลายราย ประเทศไทยจึงมีการตอบโต้เพื่อปกป้องรักษาอธิปไตยของประเทศ และรักษาความปลอดภัยของประชาชนชาวไทย

    ความอดทน อดกลั้น ทำให้ประเทศไทยรอดพ้นทุกวิกฤติ!!

    ยุทธการณ์..นิ่งดุจเสือ คลิปวีดีโอด้านล่างนี้ ได้กล่าวถึงเหตุผลว่าทำไมทหารไทยจึงมีความเพียรพยายามที่จะอดทนมาตลอด และความเพียรพยามที่อดทนนั้น มันมีคุณค่า และมีผลตอบแทนให้เสมอ โดยที่คนไทยอาจจะไม่รู้ว่า ผลที่ได้รับนั้นมันได้เกิดขึ้นแล้ว โดยที่หลาย ๆ อาจไม่ได้รับรู้



    ความอดทน และ อดกลั้น เป็นหัวใจที่ทำให้ประเทศชาติรอดพ้น

    คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกัน ทุกคน..ทุกฝ่าย

    มิใช่ไม่ทำอะไรเลย แต่การนิ่ง..ดุจดั่งเสือ ในกลยุทธ์สงคราม ที่เน้นความสุขุม รอบคอบ อดทนรอจังหวะที่เหมาะสม ก่อนโจมตีอย่างเด็ดขาด เหมือนกับพฤติกรรมของเสือที่ซุ่มเงียบเฝ้ารอเหยื่ออย่างใจเย็น ไม่บุ่มบ่าม เพื่อวางแผนที่รัดกุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

    วิเคราะห์สถานการณ์เหตุ

    เหตุใดกัมพูชาทำการยั่วยุไทยมาตลอด ทั้งทหารและพลเรือน เมื่อไทยไม่ตอบโต้จึงเข้าโจมตีพลเรือน เพื่อให้ไทยฟิวส์ขาด เพราะเหตุใด !!

    1.ปัญหาการแบ่งเส้นพรมแดนระหว่างไทยและกัมพูชา โดยมีรากฐานมาจากแผนที่ฝรั่งเศสกับสยามในอดีต ที่ทั้งสองฝ่ายตีความแตกต่างกัน รวมทั้งประเด็นทางประวัติศาสตร์และผลประโยชน์ในปัจจุบัน

    ไมว่าจะเป็นการตีความในแผนที่และสนธิสัญญา ที่กัมพูชาอ้างอิงมาตรา 1:200000 ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทับซ้อนที่กัมพูชาต้องการทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่กัมพูชาต้องการ หรือ อีกเหตุผลหนึ่งที่เหนืออื่นใดจากขัดแย้งระหว่างผู้นำประเทศที่มีชนวนเรื่องผลประโยชน์ ให้เข้าไปหาต้นเหตุแห่งความขัดแย้งที่ทำไม? กัมพูชาจึงจำเป็นที่ต้องตัดสินใจโจมตีพลเรือนไทยก่อน.. ถึงแม้จะรู้ว่าขัดหลักแห่งสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ประเทศไทยโต้ตอบทำให้เกิดสงครามขึ้น

    โดยหลักการแล้ว การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะเสียดินแดนให้กับอีกประเทศหนึ่ง มักจะเกิดจากกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง สนธิสัญญา และคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) เป็นสำคัญ

    สำหรับประเทศไทยในอดีต ในคดีปราสาทเขาพระวิหาร (ปี 2505) ศาลโลกได้ตัดสินให้ตัวปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา โดยใช้หลักกฎหมายการยอมรับโดยปริยาย( tatic acceptance) เนื่องจากรัฐบาลสยามไม่ได้โต้แย้งแผนที่ที่นักภูมิศาสตร์ฝรั่งเศสจัดทำขึ้น แม้ว่าจะไม่ใช่กฎหมายโดยตรง แต่การที่รัฐคู่กรณี ยอมรับข้อตกลง หรือการตีความบางอย่างเกี่ยวกับเขตแดน หรือเงียบเฉยไม่โต้แย้งในเรื่องที่เป็นสาระสำคัญ ก็อาจนำไปสู่การสูญเสียสิทธิ์ในดินแดนนั้น ๆ ได้ในอนาคต ดังเช่นหลัก "การยอมรับโดยปริยาย" ที่ศาลโลกนำมาใช้ในคดีปราสาทเขาพระวิหาร

    ปัจจุบัน ข้อพิพาทที่กัมพูชาอาจใช้เป็นเงื่อนไขในการยั่วยุให้เกิดสงคราม เพื่อนำเรื่องกลับไปสู่ศาลโลก

    ในสถานการณ์ความขัดแย้งที่มีการโจมตีพลเรือนเสียชีวิต ศาลยุติธรรมโลก (ICJ) จะยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) หรือที่เรียกว่ากฎหมายว่าด้วยหารขัดกันด้วยอาวุธ ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการกำจัดผลกระทบของการขัดกันด้วยอาวุธและคุ้มครองผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมในการต่อสู้ (เช่น พลเรือน)

    หลักการสำคัญของศาลยุติธรรมโลก คือการปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ควรหลีกเลี่ยงการโจมตีพลเรือนหรือโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน หลีกเลี่ยงหรือลดความสูญเสียต่อชีวิตของพลเรือน ซึ่งไทยก็มีหลักฐานที่ชัดเจน หลักฐานที่แสดงเจตนา ซึ่งกัมพูชาการละเลยและบ่งชี้ว่าเจตนาโจมตีพลเรือน เป็นการละเลยหลักการ IHL อย่างร้ายแรง

    แม้ว่าเหตุการณ์จะตึงเครียด การแสวงหา
    ช่องทางการฑูตเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและเรียกร้องให้หยุดยิง หรือให้กัมพูชารับผิดชอบต่อการกระทำ หากเจรจาไม่เป็นผล ประเทศไทยสามารถทำให้เห็นว่ากัมพูชาละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน และใช้กลไกลสหประชาติ แม้กระทั่งการเรียกร้องปฏิกรรมสงครามหากพิสูจน์ได้ว่ากัมพูชาละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

    การรักษาความอดกลั้นและการป้องกันตนเอง

    ศาลยุติธรรมโลกจะเน้นย้ำถึงสิทธิในการป้องกันตนเอง (self-defense) ตามมาตร 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ อย่างไรก็ตามการใช้กำลังเพื่อป้องกันตนเองจะต้องเป็นไปตามหลักการที่สำคัญดังนี้

    - ความจำเป็นการใช้กำลังต้องมีความจำเป็นอย่างแท้จริงในการตอบโต้และการโจมตีและไม่มีทางเลือกอื่นที่จะสามารถป้องกันภัยคุกคามได้

    - ความได้สัดส่วนการใช้กำลังเพื่อป้องกันตนเองจะต้องได้สัดส่วนอาการโจมตีที่ได้รับไม่เกินกว่าความจำเป็นในการยับยั้งการโจมตีนั้น

    การที่กัมพูชาโจมตีพลเรือนก่อนนั้นเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงซึ่งอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม (War Crimes) อย่างไรก็ตามประเทศไทยจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและเป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อให้รับการสนับสนุนจากประชาคมระหว่างประเทศและมีความได้เปรียบทางกฎหมายในระยะยาว

    นิยามของความอดทน คือ

    การยินยอมให้บุคคลอื่นได้กระทำไม่ถูกต้องต่อตนเอง เพื่อตัวเองจะได้มีโอกาสกระทำในสิ่งที่ถูกต้องกว่า ประโยชน์สุขร่วมกันในวันข้างหน้าได้

    ความอดทนจึงเป็นพลังงานความรักอันยิ่งใหญ่สำหรับมนุษย์ในอันที่จะเหนี่ยวรั้งซึ่งกันและกันไว้สู่ความเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างมั่นคง

    มันเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของตนเองแบบหนึ่ง ซึ่งไม่ยากเลยสำหรับมนุษย์ทุกคนถ้าคิดจะทำกัน

    มนุษย์จะพบว่ามีบ่อยครั้งที่การกระทำไม่ถูกต้องต่อตัวเรามันสร้างความรู้สึกด้านลบให้เกิดขึ้นในจิตใจอย่างรุนแรง ถ้ามนุษย์ไม่มองเห็นประโยชน์ใหญ่อันพึงมีพึงได้จากการกระทำร่วมกัน หรือความสุขของตนที่ได้รับในการอยู่ร่วมกันจากวันนี้ถึงวันหน้า โดยยึดมั่นมันไว้อย่างมั่นคงแล้ว การหยิบยื่นความรักในรูปของความอดทนให้กัน มันจะมีโอกาสก็ทำได้ยากขึ้นทันที

    ใครที่ลืมคิดถึงประโยชน์ร่วมกันก่อนใคร กรณีกระทบกระทั่งกัน ผู้นั้นจะหมดความอดทนก่อนเสมอ

    การที่ไม่รู้แต่ละคน มีความอดทนจำกัด ไม่ใช่เพราะมองไม่เห็นเป้าหมายใหญ่ข้างหน้า แต่เกิดจากการไม่มองมันมากกว่า เนื่องจากมัวจะถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไร ที่เขาทำไม่ถูกต้องต่อเราแล้วเราจะทำยังไงกับเขาเป็นการตอบแทนบ้างต่างหาก

    ในเมื่อการอดทนเพื่อตัวเองเช่นนี้ ยังทำไม่ได้ มนุษย์ลองถามตัวเองได้เลยว่าหากจะต่อให้ตัวเองรู้จักทำเพื่อคนอื่นได้บ้างมันก็ยิ่งยากมากกว่าขนาดไหน

    การแสดงความอดทนต่อผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของตนเอง มันไม่ได้เป็นการกระทำที่ผิดแผกไปจากธรรมชาติของมนุษย์เลย จงทำความเข้าใจให้แจ่มแจ้งเสมอว่า การมอบความอดทนกับการกระทำไม่ถูกต้องของผู้อื่นได้มากเท่าใด มันไม่ได้กระทำเพื่อตัวเขาคนนั้นเลย แต่เรากำลังจะทำเพื่อตัวเราเองต่างหาก

    ความอดกลั้น

    เมื่อมนุษย์รู้จักมอบความรักต่อผู้อื่น เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองที่พึงได้รับจากเขาในวันข้างหน้า ด้วยการมอบความอดทนให้เขาไปแล้ว มนุษย์ต้องฝึกตัวเองให้มีความอดกลั้นต่อตัวเขาด้วย

    ความอดกลั้น คือการมอบความรักอีกรูปแบบหนึ่งจากจิตใจเรา เป็นการตอบแทนเขาไปหลังจากที่เราได้มอบความอดทนให้เขา โดยที่เราเองได้รับประโยชน์จากเขาไปก่อนหน้าแล้ว

    เมื่อมนุษย์รู้จักสร้างโอกาสให้ตนเอง ด้วยการมีความอดทนต่อเขาแล้ว จึงจำเป็นต้องช่วยเหลือเขาไม่ให้เสียสมดุลไปกับตัวเรา โดยต้องมอบความอดกลั้นต่อเขากลับคืนไปอีกด้วย


    ถ้าตัวเราไม่มอบความอดกลั้นให้เขาไป ทันทีที่พบว่าเขาก็ทำไม่ถูกต้องต่อตัวเรา ด้วยการกระทำต่อ หรือปิดโอกาสของเขาด้วยการเลิกคบตัดขาดกัน นอกจากความเป็นหนึ่งเดียวกันในอันที่สร้างประโยชน์สุขร่วมกันจะถูกเราเองทำลายลงไปแล้ว การที่เรามีโอกาสได้รับการกระทำที่ถูกต้องกว่าจากตัวเขาก็ถูกปิดโอกาสลงไปด้วย

    มนุษย์พึงรู้ว่า ความอดทนของอดกลั้นนั้น มันเป็นของคู่กัน และเสริมพลังอำนาจแห่งความรักที่มนุษย์ใช้มันเพื่อยึดเหนี่ยวซึ่งกันและกันไว้เป็นอย่างดี มนุษย์ที่ฝึกฝนตัวเองให้มีแต่ความอดทนอันเป็นกระทำเพื่อตัวเองอย่างเดียว จะไม่มีวัน
    เหนี่ยวรั้งคนอื่นไว้กับตนเองหรือเหนี่ยวรั้งตนเองไว้กับคนอื่นได้ตลอดรอดฝั่งเลย เนื่องจากทำได้เพียงแต่ยอมเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ประโยชน์ แต่ไม่ได้คิดจะกระทำเพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นบ้าง

    ที่เราอดกลั้นต่อเขาได้ทำให้เขามีความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า เขาย่อมก่อให้เกิดความพึงพอใจต่อตัวเรา หมายถึงเป็นความรักแบบหนึ่งที่เขาหยิบยื่นกลับมาให้เรานั่นเอง เมื่อเขาเกิดความรู้สึกที่ดีงามต่อเราในครั้งนี้แล้ว ช่วยให้เขาคิดดีต่อเรา ระมัดระวังการกระทำใดๆต่อตัวเราให้ถูกต้องยิ่งกว่าได้ในครั้งต่อไปเช่นเดียวกัน

    การให้อภัย

    เขาก็ทำไม่ดีต่อตัวเรา เราจงทำดีต่อตัวเขาให้เขามากขึ้น พลังอำนาจจากการทำดีต่อเขาด้วยพลังงานความรักบริสุทธิ์ มันจะสามารถทำให้พลังงานด้านลบของเขาเป็นกลางได้ หากเรายังทำดีต่อเขาอยู่ต่อไป

    ให้อภัยเป็นความดีงามขั้นสูงสุดที่มนุษย์โลก พึงจะมอบให้แก่กันและกันได้ไม่ยากหากตั้งใจปฏิบัติกัน ที่จะเข้าถึงพลังงานความรักสูงสุดนี้ได้ ต้องมีคุณสมบัติของจิตสำนึกต่อผู้อื่นดังนี้

    1.ต้องยอมรับให้ได้ว่ามนุษย์ทุกคนมีคุณค่าทั้งสิ้น
    2 ต้องยอมรับในความแตกต่างของมนุษย์
    3.ต้องรู้จักมองบุคคลอื่นในแง่ดี
    4.ต้องไม่มีใจคับแคบ
    5.ต้องไม่มีจิตผูกพยาบาท
    6.มนุษย์ต้องรู้จักจดจำความดีงานของผู้อื่น

    อดทน อดกลั้น ให้อภัย เป็นหลักสัจธรรมในการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกัน คนใด ชนชาติใด ยึดถือนำไปปฏิบัติ จะมีประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง และช่วยให้รอดพ้นและคลาดแคล้วจากภัยต่าง ๆ

    มนุษย์จะต้องนึกให้ได้ว่า ดาวเคราะห์โลกดวงนี้จะมีความสมดุลทางพลังงานของระบบไม่ได้เลย หน้าภายในระบบนี้จะมีมนุษย์คนใดคนหนึ่งไว้แต่เพียงลำพัง และไม่มีสรรพสิ่งอื่นอาศัยอยู่ร่วมด้วยกัน

    จากที่อ่านข้อมูลของ jityim ที่ผ่านมาทั้งหมด อาจพอจะทำให้มองเห็นได้ว่า ถ้ามนุษย์คนใด ประเทศชาติใดปฏิบัติตนเองสอดดคล้องกับความแก่นแท้ของมนุษย์ หรือ สอดคล้องกับกฎของธรรมชาติย่อมทำให้บุคคลนั้น ประเทศชาตินั้นย่อมอยู่รอดปลอดภัยในท่ามกลางวิกฤติภัยธรรมชาติ แม้จะได้รับผลกระทบบ้างก็อยู่ในระดับต่ำ เชื่อว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางแผ่นดินธรรม จะไม่ใช้โอกาสที่เหนือกว่า และใช้ความพร้อมที่มากกว่า แต่จะกระทำอย่างเหมาะสมและสมเหตุสมผล เพื่อประโยชน์สุขในวันข้างหน้าร่วมกัน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 กรกฎาคม 2025
  9. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,453
    ค่าพลัง:
    +3,220
    พุทธทำนาย กับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน

    ภัยสงครามนำมาซึ่งภัยพิบัติ หากจะสรุปใจความสำคัญของพุทธทำนายกึ่งพุทธกาล

    IMG_20250731_080031.jpg

    ประเทศไทยต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ฝักฝ่ายใด เชื่อว่าผู้นำและผู้ส่วนเกี่ยวข้องของไทยล้วนเป็นผู้ประกอบไปด้วยผู้มีญาณบารมีวาสนาเดิมในอดีตชาติที่ลงมาช่วยเหลือโลกในยุคกึ่งพุทธกาลนี้

    แม้จะถูกบีบบคั้นในสถานการณ์ชายแดนไทย -กัมพูชา ในครั้งนี้ ทั้ง ๆที่กัมพูชาไม่มีกองทัพอากาศเป็นของตนเองแต่ยังยั่วยุประเทศไทยและยังละเมิดข้อตกลงการหยุดยิงเพื่อนำไปสู่สงครามใหญ่

    IMG_20250731_080315.jpg


    หากจะยกข้อพิพาทระหว่างชายแดนพื้นที่ทับซ้อนมาเป็นประเด็น ให้ประเทศดูสนธิสัญญาเจตนารมณ์ของการทำแผนที่ 1:200000 ว่าเจตนารมณ์ของฝรั่งเศส และสยาม ที่แต่ละฝ่ายต่างต้องการทำสนธิสัญญาคืออะไร ? ซึ่งหลักเจตนารมณ์ของแผนที่ในสนธิสัญญานั้น การกำหนดการปักปันเขตแดนใช้หลักสันปันน้ำและแม่น้ำลำคลอง

    เจตนารมณ์ที่ระบุในสนธิสัญญา 2447 ระบุให้มีการตั้งคณะกรรมการปักปันเขตแดนร่วม (Mixed Commission) เพื่อสำรวจและปักปันเขตแดนตามหลักการที่ตกลงกันไว้ (เช่น สันปันน้ำและแม่น้ำลำคลอง) และจัดทำแผนที่ประกอบ

    เจตนารมณ์ของฝรั่งเศสในการจัดทำแผนที่:

    ฝรั่งเศส: ต้องการใช้แผนที่เป็นเครื่องมือในการกำหนดเขตแดนเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อตนเองมากที่สุด โดยอาจตีความหลักการปักปันเขตแดนให้เข้ากับภูมิประเทศที่ต้องการ หรือ จัดทำแผนที่โดยมี "อคติ" เพื่อให้พื้นที่บางส่วนที่ต้องการ (เช่น ปราสาทเขาพระวิหารไปอยู่ในฝั่งตน)

    เจตนารมณ์สำคัญของสนธิสัญญาสยาม ฝรั่งเศส พ.ศ. 2477 (มุมมองทั่วไป)

    ฝรั่งเศส : มีเจตนารมณ์หลักคือ ต้องการขยายอิทธิพลและอณาเขตในอินโดจีนให้สมบูรณ์ โดยเฉพาะการผนวกดินแดนที่เคยเป็นของกัมพูชาและลาว(ซึ่งแต่เดิมสยามเคยมีอิทธิพลครอบครองอยู่) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมฝรั่งเศส และทำให้เขตแดนมีความชัดเจนเพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต นอกจากนี้ยังต้องการยุติปัญหาเรื่องคนในบังคับของฝรั่งเศส

    สยาม : มีเจตนารมณ์หลักคือ การักษาเอกราชและอธิปไตยไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะต้องยอมเสียดินแดนบางส่วนที่เคยปกครองไป เพื่อแลกกับการที่ฝรั่งเศสจะถอนกำลังออกจากพื้นที่ยึดครอง (เช่น จันทบุรี) และเพื่อสร้างความชัดเจนในเขตแดนที่ยังไม่แน่นอน เพื่อลดความตึงเครียดและข้อพิพาทกับฝรั่งเศส

    โดยมีสาระสำคัญของสนธิสัญญา 2477

    - สยามยกดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขง (บางส่วนของลาวและกัมพูชาในปัจจุบัน) ให้ฝรั่งเศส

    - ฝรั่งเศสคืนจันทบุรีให้สยาม แต่ไปยึดตราด ปัจจันตคีรีเขตร (เกาะกง) และด่านซ้ายแทน

    - การกำหนดการปักปันเขตแดนระหว่างสยามและกัมพูชาใช้หลักสันปันน้ำและแม่น้ำลำคลอง

    สนธิสัญญาสยาม - ฝรั่งเศส พ.ศ.2450

    ฝรั่งเศส: ต้องการผนวก มณฑลบูรพา ( พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีนฝรั่งเศสอย่างสมบูรณ์ และต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องสิทธินอกสภาพอณาเขตสำหรับคนในบังคับฝรั่งเศสในสยาม (โดยเฉพาะคนเอเซียที่อยู่ในบังคับในฝรั่งเศส)

    สยาม: ต้องการให้ฝรั่งเศส ยกเลิกสิทธินอกสภาพอาณาเขต ซึ่งเป็นภาระและทำให้สยามเสียอธิปไตยทางการศาล โดยยอมแลกกับดินแดนบางส่วน การเจรจานี้เป็นความพยายามของสยามที่จะทำให้สยามมีอำนาจตุลาการเหนือคนในบังคับในต่างชาติมากขึ้น และเพื่อเรียกคืนเมืองที่ถูกยึดครองอยู่ก่อนหน้านี้ (เช่น ตราดและด่านซ้าย)

    สาระสำคัญของสนธิสัญญา 2450

    - สยามยกมณฑลบูรพา (พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ) ให้ฝรั่งเศส

    - ฝรั่งเศส คืนตราดและด้านซ้าย (และเกาะต่าง ๆ ภายในเกาะกูดและแหลมสิง) ให้สยาม และยกเลิกสิทธิสภาพคนเอเซียที่อยู่ในบังคับฝรั่งงเศสในสยาม

    เจตนารมณ์ที่แท้จริงในการทำแผนที่
    (โดยเฉพาะแผนที่ 1:200000)


    - เจตนารมณ์ที่ระบุในสนธิสัญญา : สนธิสัญญาพ.ศ 2447 ระบุให้มีการตั้งคณะกรรมการปักปันเขตแดนร่วม (mixed Commission) เพื่อสำรวจและปักปันเขตแดนตามหลักการที่ตกลงกันไว้ (เช่นสันปันน้ำและแม่น้ำลำคลอง) และจัดทำแผนที่ประกอบ

    เจตนารมณ์ของฝรั่งเศสในการจัดทำแผนที่:

    - การกำหนดเขตแดนที่เป็นประโยชน์ต่อฝรั่งเศส : ฝรั่งเศสต้องการใช้แผนที่เป็นเครื่องมือในการกำหนดเขตแดนที่เอื้อประโยชน์ต่อตนเองมากที่สุด โดยอาจตีความหลักการปักปันเขตแดนให้เข้ากับภูมิประเทศที่ต้องการ หรืออาจจะทำแผนที่โดยมีอคติ เพื่อให้พื้นที่บางส่วนที่ต้องการ เช่น(ปราสาทพระวิหาร) ไปอยู่ในฝั่งตน

    - การสร้างความชัดเจนเพื่ออ้างสิทธิ์ : การมีแผนที่ที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่แสดงเส้นเขตแดนอย่างละเอียด เป็นหลักฐานสำคัญในการอ้างสิทธิ์ดินแดนและป้องกันการโต้แย้งในอนาคต (จากมุมมองของฝรั่งเศส)

    - ความรวดเร็วและประสิทธิภาพ: การที่ฝรั่งเศสอาจเป็นผู้ดำเนินการจัดทำแผนที่เป็นหลัก ( เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านการทำแผนที่มากกว่าในสมัยนั้น) ก็อาจมีส่วนทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนที่เอื้อประโยชน์ต่อตนเอง

    มุมมองของสยามต่อการจัดทำแผนที่:

    - ความจำยอมและขาดความพร้อม: สยามอยู่ในภาวะที่ถูกบีบคั้นจากมหาอำนาจตะวันตก ไม่มีทางเลือกมากนักในการต่อรอง และอาจขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสถานแผนที่ในระดับเดียวกับฝรั่งเศส ทำให้ต้องยอมรับการดำเนินการของฝรั่งเศสในหลายส่วน

    - ความเข้าใจคลาดเคลื่อน / การไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด: อาจเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างหลักการในสนธิสัญญา (เช่นสันปันน้ำ) กับการปรากฏของเส้นในแผนที่ หรือการไม่ได้ตรวจสอบแผนที่อย่างละเอียดถี่ถ้วนในทุกจุด เนื่องจากข้อจำกัดด้านบุคลากรและเทคโนโลยีในสมัยนั้น ทำให้เกิดจุดที่เส้นแขตแดนในแผนที่ไม่ได้เป็นไปตามหลักการในสนธิสัญญาอย่างแท้จริง

    - การเชื่อมั่นในหลักสากล : สยามอาจเชื่อมั่นว่าแม้แผนที่จะคลาดเคลื่อน แต่หลักการตามสนธิสัญญา ( เช่น สันปันน้ำ) จะเป็นที่ยึดถือในท้ายที่สุดซึ่งเป็นจุดที่นำไปสู่ปัญหาในคดีปราสาทพระวิหาร เพราะศาลโลกให้ความสำคัญกับพฤติกรรมของรัฐในการยอมรับแผนที่

    ดังนั้น เจตนารมณ์ที่แท้จริงในการทำแผนที่จึงไม่ใช่แค่ "การปักปันเขตแดนอย่างเป็นธรรม" ตามที่สนธิสัญญากล่าวไว้เท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยเจตนารมณ์ของฝรั่งเศสที่จะขยายอิทธิพลและอ้างสิทธิในพื้นที่ที่ต้องการ ใช้ความได้เปรียบในฐานะมหาอำนาจและผู้จัดการทำแผนที่หลัก ในขณะที่สยามอยู่ในภาวะจำยอมและขาดความพร้อมในการตรวจสอบและคัดค้านได้อย่างเต็มที่ ซึ่งท้ายที่สุดก็กลายเป็นข้อปัญหาพิพาทในอนาคต

    หากใช้เจตนารมณ์ตามสนธิสัญญา ประวัติศาสตร์และ "พฤติกรรมของรัฐ" ในการครอบครองหลังจากสิ้นสุดการปกครองจาการล่าอณานิคมฝรั่งเศส เช่น !

    ทำไม? เกาะฟุโกว๊ก ไม่เป็นของกัมพูชา!!?



    ก็อาจทำให้มองเห็นเจตนารมณ์ในการใช้สิทธิในการครอบครองพื้นที่ของตนเอง นำมาใช้เป็นข้อยุติข้อขัดแย้งการครอบครองพื้นที่ในยุคล่าอณานิคม ระหว่างไทย กับ กัมพูชา เพื่อความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่ายได้

    เตรียมตัวให้พร้อม มันกำลังมา!

    มนุษย์โลก จะมีทิศเหนือเบี่ยงเบนไปจากพิกัดตำแหน่งเดิม 3 องศา

    ซึ่งปัจจุบันจะพบว่า ยิ่งนานวันทิศเหนือจะเบี่ยงเบนไปทางขวามือตนเองทีละน้อย ๆ และจะพบความจริงของข่าวสารว่าแนวทิศเหนือของเข็มทิศแม่เหล็ก ซึ่งพาดผ่านประเทศแคนาดา ได้ย้ายไปไกลนับจากพิกัดตำแหน่งเดิม หลายสิบกิโลเมตรแล้ว

    สัญญาณเริ่มเตือนมวลมนุษย์ชาติ กับหายนะภัยพิบัติทางธรรมชาติของโลกครั้งยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้จะมาถึงในอีกไม่ช้านี้ ซึ่งเคยนำคลิปที่ส่งมาให้โดยบังเอิญเพื่อโพสต์เตือนไว้บ้างแล้ว ถึงแม้จะไม่ใช่ตรงจุดเสียทีเดียว แต่ก็มีประเทศที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญหายนะภัยของโลก ที่อาจเป็นพื้นที่เป้าหมายที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์สื่อเตือนเอาไว้ล่วงหน้า

    IMG_20250731_070907.jpg

    และเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นแล้ว ถึงแม้จะไม่รุนแรง แต่มันก็ได้เกิดขึ้นตามคำสื่อเตือน เพื่อตอกย้ำมวลมนุษย์ชาติให้ฉุกคิด และจงมีความเชื่อกับสิ่งที่กำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้

    IMG_20250730_145519.jpg

    หลังจากที่โลกเกิดวิกฤติอย่างต่อเนื่อง จนถึงการชำระโลกครั้งสุดท้าย ซึ่งแผ่นดินเป้าหมายที่ถูกกำหนดไว้เป็นอณาเขตแห่งหายนะภัย ที่โลกมนุษย์คาดไม่ถึง วันเวลาดังกล่าว การกระทำทางเทคนิคจากนอกระบบโลกและการกระทำทางเทคนิคจากระบบโลกเองมันจะเกิดขึ้นพร้อมกัน

    คำว่า การกระทำทางเทคนิค นั้นคืออะไร ? หมายถึงสิ่งใด!!?

    มหันตภัยธรรมชาติจากการสั่นสะเทือนของโลกในการยกระดับคลื่นความถี่สนามแม่เหล็กโลกนั้้น เพื่อสร้างพลังอำนาจโลกดวงนี้ ในการดำรงอยู่ในระบบสุริยะจักรวาลอย่างปลอดภัย แกนโลกไม่พลิกคว่ำ เทหวัตถุจากภายนอกไม่อาจพุ่งชนโลกได้

    การชำระโลก เป็นเพียงแค่การปัดกวาดทำความสะอาดโลก ให้น่าอยู่ยิ่งยิ่งขึ้น เป็นการขจัดขยะที่รกโลกออกไปครั้งใหญ่เท่านั้นเอง

    เมื่อเกิดวิบัติภัยที่รุนแรงใด ๆ ในอันที่จะทำให้ตนเองตื่นตกใจกลัวสุดขีดซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้

    1.ต้องรู้ให้ได้ว่าภัยพิบัติโลกเกิดขึ้นเพราะมีผู้กระทำ ไม่ใช่เป็นไปตามธรรมชาติ

    2.ต้องรู้ให้ได้ว่าภัยร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อชำระโลก ชำระเอาสิ่งไม่เหมาะสมออกไปจากระบบโลก เพื่อให้ดาวเคราะห์โลกสมดุลขึ้น โดยจะละเว้นสรรพสิ่งที่เหมาะสมทั้งหมดเอาไว้ให้ หนึ่งในนั้นอาจเป็นตัวเราเอง

    สำหรับกฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาลสากลนั้น คำว่า "กายภาพ" ไม่ใช่เรื่องของสิ่งที่มีมวลหยาบๆ มีรูปทรงให้มนุษย์แลเห็น แต่มันหมายถึงแก่นแท้ คือพลังงาน ต่างหาก

    กฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาลสากล จริงหมายถึง กฎเกณฑ์ทางพลังงานล้วนๆ

    ขั้นตอนสุดท้ายการกระทำทางเทคนิคจากนอกระบบเอกภพ ส่งคลื่นพลังงานความถี่สูงพร้อมไอเย็นมายังดวงอาทิตย์ของระบบสุริยะ เพื่อสร้างปฏิกริยาให้เกิดการระเบิดขึ้นบนพื้นผิวของดวงอาทิตย์ ก่อให้เกิดคลื่นความถี่วิทยุและพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็กที่เข้มข้นสูงสุดในรอบ หนึ่งหมื่นสองพันปี แผ่กระจายออกมาจากจุดดับบนดวงอาทิตย์ เป็นพายุสุริยะมุ่งสู่ดวงจันทร์และโลก ด้วยอัตราความเร็ว 1 ล้านกิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยคลื่นวิทยุความถี่สูง ซึ่งเป็นคลื่นพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็กเช่นกัน จะเป็นผู้นำทางไฟฟ้าแม่เหล็กที่เข้มข้นถึงเป้าหมายที่ต้องการได้

    พายุแม่เหล็กทั้งที่เดินทางมาจากดวงอาทิตย์โดยตรง แและจากการเสริมพลังงานของดวงจันทร์ มีความเข้มข้นสูงมากกว่าปกติ ส่วนใหญ่จึงสามารถฝ่าแนวแม็กนิโตสเฟีย หรือ สนามแม่เหล็กโลกเข้ามาได้ มันจะพุ่งตัวอัดกระแทกกับพื้นที่โลกในทันที

    ตามที่นักวิทยาศาสตร์โลกรับรู้กีนดีว่า คลื่นพายุสุริยะพุ่งตรงมายังโลก จะเกิดคลื่นคอรัสคล้ายเสียงนกร้อง และที่เคยพูดถึงบ่อย ๆ ก็คือ คลื่นมวลพลังงานความหนาแน่นสูงในอากาศ และรับรู้การสัดส่ายพลังงานของโลก มี 2 กรณี คือ

    1. การสัดส่ายที่เกิดจาก การกวัดแกว่งของสนามแม่เหล็กโลกสัดส่าย ขณะที่คลื่นพายุสุริยะเดินทางมายังโลก และหรือ
    2.การเกิดคลื่นพลังงาน หรือเคลื่อนตัวใต้พิภพ

    ทั้ง 2 ข้อนี้จะพูดเสมอมาเป็นระยะ ๆ นั่นแสดงว่า jityim อาจได้รับสัญญาณรับรู้เพื่อนำมา
    บอกกล่าวกันและนั่นเป็นแค่การยกระดับพลังงานโลกที่ตกต่ำให้เพิ่มขึ้นเป็นระยะ ๆ เท่านั้น เพื่อสร้างความเชื่อคำสื่อเตือนของจักรวาลว่ามันคือความจริง และมีคนหลาย ๆ คนที่รับรู้สามารถรับและสาส์นจากจักรวาลแบบนี้ได้

    สำหรับประเทศไทย ผู้คนนับถือศาสนาพุทธ และส่วนใหญ่เชื่อในคำพุทธทำนายที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ เราควรนำมาเป็นหลักปฏิบัติเพื่อความรอดพ้นจากหายนะภัยพิบัติของชาติบ้านเมือง

    ไม่ควรนำชาติเข้าสู่สงคราม ไม่ว่ากรณีใด ๆ

    IMG_20250731_071705.jpg

    ที่จะนำชาติไทยเข้าไปสู่การเลือกข้างเพื่อเกิดสงคราม

    IMG_20250731_072107.jpg

    แต่ประเทศไทยใช้หลักมนุษยธรรมในการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยใช้หลักเมตตาธรรม ค้ำจุนโลก แล้วพระสยามเทวธิราช จะปกป้องคุ้มครองประเทศไทย (ถึงแม้จะรู้ว่ามันยาก แต่มันมีผลตอบแทน) ประเทศไทย..จำกรณีหมูป่าติดถ้าหลวงขุนน้ำนางนอนได้ไหม! คนไทยต่างปฏิบัติตามคำสอน ร่วมแรงร่วมใจกันทำความดี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมกันสวดมนต์และอธฺิฐานจิตให้ทุกคนปลอดภัย ถ้าคนไทยทุกคนทำโดยร่วมกันทำความดีร่วมสวดมนต์ภาวนาอธิษฐานจิตส่งบุญกุศลให้เหล่าทหารกล้าที่จะปกป้องอธิปไตยประเทศไทยโดยใช้หลักความเมตตาธรรมนำ ประเทศไทยจะไม่นำพาประเทศชาติเข้าสู่สงครามทุกกรณีนอกจากจะปกป้องอธปไตยของชาติ ด้วยหลักเมตตาธรรม ค้ำจุนโลก ประเทศไทยจะรอดปลอดภัยจากภัยต่างๆทุกสถานการณ์ (แต่จะไม่พ้นไปจากพลังรวมมวลกรรมของประเทศ)

    ดั่งคำพุทธทำนาย...

    อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นพระสัพพัญญูรู้แจ้งโลกทั้งในอดีตและใน อนาคต ทรงมีเมตตากรุณาแก่สัตว์โลกเป็นล้นพ้นเมื่อครั้งพระองค์ดำรงพระชนม์อยู่ ได้ตรัสแก่พระอานนท์ว่า อานันทะ ดูก่อนอานนท์ก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี (ก่อน พ.ศ. 2560) จะเกิดการณ์ร้ายแรง จะมีการรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ฝนเหล็กจะตกจากอากาศ ไฟจะลงมาจากอากาศ จะเผาผลาญประชาชนให้พินาศ จะมีการล้มตายซึ่งกันและกันเป็นอันมาก

    ดูก่อนอานนท์ เวลานั้นพลโลกเหลือน้อยมาก คำทำนายของตถาคตนี้ ย่อมยังเวไนยสัตว์ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ผู้ใดรู้แล้วไม่เชื่อ นับว่าเป็นกรรมของสัตว์ ที่ต้องสิ้นสุดไปตามกรรมชั่วของตน ผู้ใดปรารถนารอดพ้นจากภัยพิบัติ ให้รักษาศิล 5 ประการ เจริญเมตตาภาวนา ประกอบสัมมาอาชีพ มีใจสันโดดรู้จักพอ ไม่โป้ปดคตโกง ไม่หลงมัวเมาอำนาจและลาภยศ ตั้งใจปฏิบัติตน ตามคำสอนของตถาคตให้มั่นคง จึงจะพ้นอันตรายในกึ่งพุทธกาล
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 กรกฎาคม 2025
  10. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,453
    ค่าพลัง:
    +3,220
    ทุกอย่างล้วนเกิดจากเหตุ ถ้าจะดับก็ดับที่เหตุ

    ตื่นขึ้นมากลางดึก เสียงมวลความหนาแน่นในอากาศมีเสียงดังมาก ๆ และรับรู้การสัดส่ายได้ชัดเจน

    เมื่อคืนวานฝัน ขอเรียกว่านิมิต เพราะชัดเจนมากจำได้ชัดแม้ตื่น คือ ในท่ามกลางน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาลมีคนลงมาจากเบื้องบน (นัยยะนี้ หมายถึงสิ่งใด ทุก ๆ ท่านที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเองค่ะ)

    เมื่อตื่นขึ้นมาจะโพสต์ขณะที่พิมพ์เหมือนมีการดลใจให้ jityim ไปกดปุ่มใดสักปุ่มหนึ่ง แล้วหน้าจอก็ค่อย ๆ วิ่งไปบนสุดกระทู้ในหน้านี้ jityim ก็แคปหน้าจอมาให้ท่านที่เกี่ยวข้องไว้พิจารณา

    Screenshot_2025-08-05-03-55-02-81_40deb401b9ffe8e1df2f1cc5ba480b12.jpg

    และข้อความด้านล่างนี้ เมื่อวานตอนเย็น หลังจากที่ดูฟังข่าว แล้วก็ต้องการจะพิมพ์เพื่อโพสต์ ตามข้อความด้านล่าง

    เหตุของการเกิดการปะทะกันในครั้งนี้ กัมพูชาต้องการสิ่งใด ...ประโยชน์ทางทะเล

    กัมพูชาเริ่มแผนการทุกอย่าง แล้วใช้เฟคนิวส์โยนความผิดให้กับไทย เพื่ออะไร? เพื่อต้องการให้ไทยยอมแบ่งปันผลประโยชน์ตามที่กัมพูชาต้องการ

    แล้วเป็นสิทธิของไทย แล้วกัมพูชาใช้เหตุจูงใจสิ่งใดมาเพื่อขอเจรจา ทำไมไทยจึงยอม แล้วทำไมไทยจึงต้องยอม ในเมื่อกัมพูชาเป็นคนเริ่มต้นก่อนเป็นอาชญากรรมสงครามเจตนาจงใจฆ่าพลเรือน ยั่วยุ บิดเบือนข้อมูล และขอเจรจาหยุดยิง ทั้ง ๆ ที่ไทยมีความได้เปรียบ แต่

    แล้วก็หยุดไว้แค่นั้น ไม่พิมพ์ต่อ ไม่โพสต์เพราะรู้สึกว่ามันเป็นแค่ความต้องการที่ jityim ต้องการสื่ออกมาเพื่ออยากที่จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยได้แก้ปัญหาที่ถูกต้องและตรงจุดที่สุด แต่เมื่อตื่นขึ้นมารู้สึกว่าอยากจะโพสต์ ข้อความนี้ก็ยังอยู่ ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานลบไปแล้ว

    แต่ปัญหามันอาจจะมีเบื้องลึกหนาบางและซับซ้อนเกินกว่าตนเองจะไม่สามารถรู้ดีไปกว่าบุคคลที่มีหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติบ้านเมือง เพราะปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากประเทศไทยเป็นนต้นเหตุแห่งปัญหา ประเทศไทยไม่มีแรงจูงใจในการก่อสงครามกับกัมพูชาให้เิกิดขึ้น แต่ไทยต้องทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย

    แต่สิ่งที่ jityim รู้ดีว่า หากเกิดสงครามขึ้นมาจริงอาจจะต้องเกิดภัยพิบัติขึ้น จากคลื่นมวลอากาศมีกำลังแรงสูง และการรับ รู้พลังงานสัดส่ายอยู่ ณ ขณะนี้ ปรกอบกับ การข้อความนี้"ประเทศไทย เตรียมพร้อมรับกับภัยพิบัติมากน้อยแค่ไหน" ตามที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์นำพาไปยังข้อความ และ

    ข้อความนี้ "ทุกอย่างล้วนเกิดจากเหตุ ถ้าจะดับให้ดับที่เหตุ" เป็นข้อความหนึ่งที่มีการตอกย้ำ โดยการเคลื่อนตัวไปเด้งไปยังข้อความนี้อีกครั้ง

    จึงนำข้อมูลต่าง ๆ มาให้พิจารณาและพยายามสื่อออกมาให้ตรงกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นให้ในขณะที่กำลังพิมพ์อยู่นี้ให้เห็นภาพมากที่สุด เชื่อว่าผู้ที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องทุก ๆ ท่านที่มีญาณบารมีน่าจะรู้ว่าหมายถึงสิ่งใด !!

    ส่วนตัว jityim เองได้รับรู้เกิดขึ้นภายในจิตของตนเองนับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเกิดปัญหาไทย กับกัมพูชาขึ้นว่าเกิดขึ้นเพราะเหตุใด แต่..ไม่มีความกล้ามากพอที่จะพูดออกไป เพราะถ้าสิ่งที่รับรู้ขึ้นมาในใจไม่แม่นพออาจจะทำให้ใครบางคนต้องเดือดร้อนหรือเปล่า !!

    แต่ที่ต้องนำข้อมูลมาให้พิจารณาในวันนี้ เป็นเรื่องที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องการให้สื่อออกไปจริง ๆ เพราะได้ฝันนิมิตเกี่ยวกับตนเองด้วยก่อนตื่นขึ้นมาในทำนองว่า ถ้าเราช่วยคนส่วนใหญ่รอดพ้น เราก็จะได้รับการช่วยเหลือด้วยเช่นกัน

    เพื่อพิจารณาค่ะ ผู้ที่มีญาณญาณบารมี หลายๆ ท่านน่าจะรู้ว่าหมายถึงสิ่งใด jityim เป็น เพียงแค่ผู้นำสื่อสาส์นมาให้ผู้ที่เกี่ยวข้องพิจารณาเพื่อประเทศจะได้แก้ปัญหาตรงจุด ถูกต้อง เหมาะสม และดีงาม ไปตามหลักธรรมค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 สิงหาคม 2025
  11. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,453
    ค่าพลัง:
    +3,220
    ประเทศไทย !! มีสิทธ์ตัดสินใจเลือกชะตากรรมของประเทศด้วยตนเอง

    อย่าหลงกลเกมส์ ...เหยื่อล่อเสือออกจากถ้ำ

    เปิดดูไฟล์ 6584772


    ถ้าเกิดศึกสงครามสนามรบรอบ 2 โดยหลงกลเกมส์ยั่วยุของกัมพูชา ไทยชนะศึก แต่ก็อาจแพ้สงคราม ซึ่งจักนำมาให้เกิดภัยพิบัติใหญ่ตามมวลพลังงานกรรมรวมของประเทศ

    ถ้าอดทน อดกลั้น ยึดมั่นในหลักการ สันติวิธี และใช้ช่องทางการฑูตควบคู่กับมาตรการป้องกันเชิงรุก และมีความชอบธรรมจากประชาคมโลก เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ต้องมีภัยสงครามนำมาซึ่งพลังงานมวลกรรมของประเทศที่แผ่ออกไปในสนามพลังงาน เพื่อถูกชำระมวลพลังงานกรรมที่เป็นขยะพลังงานโลก ตามสัดส่วนการกระทำที่แต่ละประเทศได้ทำและสร้างขึ้นไว้ และเกิดภัยพิบัติมากน้อยแตกต่างกันไป ที่เกิดขึ้นในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกอยู่ ณ เวลานี้








    อะไรเป็นสาเหตุ!! แต่ละประเทศได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ

    การสร้างวัตถุเทคโนโลยีทั้งหลายขึ้นมาอย่างมากมายจนรกโลก มันเป็นการสร้างใหม่ที่นำความเสื่อมโทรมมาสู่ระบบโลก เพราะสรรพสิ่งที่มนุษย์สร้างกันขึ้นมาใหม่นั้น มิได้มีรหัสแห่งการเป็นเพื่อนร่วมงานกับโลกในมิติพลังงานด้านของแก่นแท้แต่อย่างใดเลย นอกจากการสร้างขยะที่รกโลกแล้ว มนุษย์ก็ยังหันมาทำลายระบบของตนเอง เช่น ด้วยการทำลายสิ่งทีชีวิตชนิดอื่น ๆ ทำลายสิ่งแวดล้อมในระบบโลก ทำลายเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง มนุษย์ยิ่งทำลายเพื่อนร่วมโลกของตนมากขึ้น ก็เท่ากับว่ามนุษย์กำลังทำลายระบบของตนเองมากขึ้น การเสียสมดุลของดาวเคราะห์โลกที่เป็นระบบใหญ่ ซึ่งหมายถึงมหันตภัยธรรมชาติที่วิปริตผิดธรรมชาติที่มนุษย์ทั้งโลกต่างได้เผชิญกันในช่วงก่อนสิ้นยุคพลังงานเก่า


    กลยุทธ์ "ล่อเสือออกจากถ้ำ" กับ ยืมดาบฆ่าคน" ที่กัมพูชา ใช้กับประเทศไทย คงจะไม่พูดเกินความเป็นจริง

    เปิดดูไฟล์ 6584579

    หลังจากประชุมGBC ทหารไทยขาขาด 2 ราย บาดเจ็บอีกหลายราย รวม 5 ราย


    เปิดดูไฟล์ 6584580




    จากสถานการณ์ ไทย - กัมพูชา การปฏิบัติการของไทยได้รับการยอมรับจากประชาคมโลกอยู่แล้ว

    ถ้าเราทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎสหประชาติ การใช้กำลังทางทหารตอบโต้การละเมิดข้อตกลง GBC ที่ทหารเหยียบทุ่นระเบิด โดยการทิ้งระเบิดด้วยเครื่องบิน F-16 ไม่สมเหตุสมผล และเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง เนื่องจากจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้การกระทำดังกล่าวอาจถึงมองว่าเป็นการรุกรานจากประชาคมโลก ทำให้ประเทศไทยเสียความชอบธรรมในเวทีระหว่างประเทศ

    ให้การปฏิบัติของประเทศไทยได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก ใช้มาตรการตอบโต้ที่ไม่ใช่กำลังทางทหาร เช่น มาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันให้กัมพูชากลับมาเจรจาและปฏิบัติตามข้อตกลง

    ซึ่งความจริงเหล่านี้ประเทศไทยทราบดีอยู่แล้ว

    แต่ถ้าไม่มีการดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ไทยได้เปรียบ สิ่งที่ไทยต้องดำเนินการ คือ วิธีการถอนทุ่นระเบิด ที่กัมพูชาแอบลอบวางเอาไว้โดยไม่ยอมทำข้อตกลงและร่วมมือในการจัดการทุ่นระเบิดในข้อตกลง GBC และตอนนี้ได้สร้างปัญหาให้กับทหาร และอาจจะเป็นอันตรายแด่พลเรือนในอนาคตได้

    แนวทางในการจัดการทุ่นระเบิดด้วยตนเองของประเทศไทย น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ในเมื่อเราไม่สามารถจัดการหรือควบคุมผู้อื่นได้ การจัดการด้วยตัวเราเองน่าจะทำได้ง่ายกว่า เพราะกัมพูชาไม่มีความจริงใจในการให้ความร่วมมือ และปฏิเสธ



    แนวทางการจัดการทุ่นระเบิด

    1. การสำรวจจัดทำแผนที่ทุ่นระเบิด
    - มีการใช้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ

    - การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงไม่ว่าจะเป็นโดรนติดกล้องถ่ายภาพร้อน (Thermal Drones) โดรนติดเรดาร์ใต้ดิน (Ground Penetrating Radar-GPR) เทคโนโลยีสามารถตรวจจับวัตถุฝังอยู่ใต้ดินได้ และการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง : หากใช้เพื่อระบุพื้นที่มีการสู้รบ หรือมีแนวโน้มว่าจะเป็นพื้นที่วางทุ่นระเบิด

    2. การใช้เทคโนโลยีเก็บกู้ทุ่นระเบิดแบบอัตโนมัติ (automated Demining)

    การส่งคนเข้าไปเก็บกู้ทุ่นระเบิดโดยตรงมีความเสี่ยงสูงมาก การใช้เครื่องมืออัตโนมัติคือช่วยลดความเสี่ยงให้เป็นอย่างมาก

    หุ่นยนต์เก็บกู้ทุ่นระเบิด (Demining Robots)

    เครื่องเก็บกู้ทุ่นระเบิดขนาดใหญ่(Mine Clearing Vehicles) ยานพาหนะเหล่านี้จะใช้ลูกกลิ้งเหล็กโซ่เหล็กเหวี่ยงไปตามพื้นที่เพื่อระเบิดทุ่นระเบิดที่ฝังอยู่ การใช้วิธีนี้ช่วยเคลียร์พื้นที่ขนาดใหญ่และอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

    การใช้ระเบิดจากระยะไกล (Remote Detonation) เมื่อพบทุ่นระเบิดแล้ว อาจใช้การระเบิดจากระยะไกลแทนการเข้าถึงโดยตรง เพื่อนทำลายทุ่นระเบิดนั้นอย่างปลอดภัย

    3. การฝึกอบรมและอุปกรณ์สำหรับทหาร

    4. การร่วมมือและมาตรการทางการฑูต การสร้างความร่วมมือการนานาชาติขอความช่วยเหลือจากองค์การระหว่างประเทศมีความเชี่ยวชาญด้านการเก็บทุ่นระเบิด และการเจรจาอย่างต่อเนื่องกับกัมพูชาแม้จะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ GBC แต่การเจรจาทางการฑูตต้องดำเนินต่อไปเพื่อหาประกอบร่วมกันหรืออย่างน้อยก็ขอข้อมูลแผนที่ทุ่นระเบิดที่มีอยู่

    สรุปว่าการแก้ปัญหาทุ่นระเบิดชายแดนอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด คือการประสบปัญหาระหว่างการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการตรวจจับและเก็บกู้ การฝึกอบรมทหารและการใช้อุปกรณ์ป้องกันที่ได้มาตรฐาน การใช้มาตรฐานทางการทูตควบคู่กันไป โดยเน้นที่การใช้เครื่องมืออัตโนมัติเพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตของทหารและประชาชนให้ได้มากที่สุด และใช้ข้อมูลจากทุกแหล่งเพื่อระบุตำแหน่งของทุ่นระเบิดอย่างแม่นยำที่สุดก่อนเริ่มปฏิบัติการใดๆ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของคนในชาติได้อย่างยั่งยืนและสันติ

    สภานการณ์การปัจจุบันนี้ และกระแสสังคม กำลังมองหาความชอบธรรรม

    คำตอบจากมุมของประชาคมโลกและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสหประชาชาติ

    การที่ไทยใช้เครื่องบินรบ F- 16 ตอบโต้เหตุการณฺ์ที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่กัมพูชาลอบวางไว้ ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุผลของกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติ เพราะเป็นการใช้กำลังทางทหารเกินกว่าเหตุและไม่เป็นสัดส่วนกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้น

    การตอบโต้ดังกล่าวอาจจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งประชาคมโลกจะมองว่าเป็นการละเมิดหลักการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธีตามที่กำหนดไว้

    เหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผล

    - หลักการใช้กำลังที่สมสัดส่วน (Proportionality) การใช้กำลังทางอากาศอย่างเครื่องบิน F -16 เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ทุ่นระเบิดเพียงจุดเดียว ถือว่าเป็นการใช้กำลังที่เกินความจำเป็นและไม่สมสัดส่วนอย่างยิ่ง

    - ความแตกต่างระหว่างการกระทำของรัฐ กับกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐ การวางทุ่นระเบิดอาจเป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลหรือกองกำลังที่ไม่ใช่รัฐบาลกัมพูชาโดยตรง การโต้ตอบด้วยการโจมตีทางอากาศ อาจเป็นการโจมตีรัฐบาลกัมพูชาโดยตรง ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักการ

    - การละเลยแนวทางสันติ กฎหมายระหว่างประเทศกำหนดให้รัฐต้องใช้ความพยายามในการเจรจา การไกล่เกลี่ย หรือระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีก่อน การใช้กำลังทางทหารเป็นทางเลือกสุดท้าย

    - หลักการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี กฎบัตรสหประชาชาติระบุไว้อย่างชัดเจนว่า สมาชิกองค์การสหประชาชาติต้องแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศด้วยสันติวิธีเพื่อไม่ให้ความมั่นคงระหว่างประเทศต้องตกอยู่ในอันตราย

    การรวบรวมพยานหลักฐานที่ชัดเจน และครบถ้วนเพื่อนำเสนอต่อสหประชาชาติ จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมและได้รับการยอมรับจากนานาชาติมากกว่าการใช้กำลังในการตอบโต้ นอกจากประเทศไทยจะได้รับความชอบธรรมจากประชาคมโลกแล้ว ยังทำให้ประเทศชาติมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภัยพิบัติได้น้อยลง

    เพื่อพิจารณาค่ะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 สิงหาคม 2025
  12. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,453
    ค่าพลัง:
    +3,220
    การชำระล้างโลกครั้งที่ 4

    ถอดคำพุทธทำนายกึ่งพุทธกาล

    ความจริงแห่งสงคราม กับสัจจะความจริงของทุกสรรพสิ่ง

    ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 มีคนตายประมาณรวมกัน 100 ล้านคน ทั้งทหารและพลเรือน


    ถอดคำทำนายกึ่งพุทธกาล

    https://www.dhammahome.com/webboard/topic/28802

    พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า ก่อนกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง จะมีการรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ฝนเหล็กจะตกจากอากาศ ไฟจะลงมาจากอากาศ จะเผาผลาญประชาชนให้พินาศ จะมีการล้มตายซึ่งกันและกันเป็นอันมาก สัตว์โลกทั้งหลายที่เกิดในยุคนั้น จะพบแต่ความลำบาก แผ่นดินแผ่นน้ำจะลุกเป็นไฟ คนสมัยนั้นมีนิสัยโหด ดุจกำเนิดจากสัตว์ป่าอำมหิตจะรบราฆ่าฟันกันเอง ถึงเลือดนองแผ่นดินแผ่นน้ำ

    ข้อมูลรวบรวมประวัติศาตร์ ของอภิมหาสงครามโลกครั้งที่ 2(ที่มีระยะเวลายาวนาน 5-6 ปี) ความยาวตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมงกว่า ๆ จากคลิปด้านล่างนี้ ทำให้เห็นความเลวร้ายและความสูญเสียของสงครามที่มนุษย์ได้ทำต่อกันที่จะได้เห็นความเป็นมาของการเกิดสงครามโลกได้อย่างไร? ประวัติศาสตร์ได้สอนและให้ความรู้อะไรแก่คนรุ่นหลัง (ตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมง แทบไม่อยากละสายตาเลย)



    แต่ว่า ดูก่อนอานนท์ก่อนกึ่งพุทธกาล 15 ปีจะถือว่าเป็นการณ์ร้ายแรงได้ไม่ ทั้งนี้เพราะว่าหลังกึ่งพุทธกาลไปแล้วนั้น จะมีความร้ายแรงมากกว่าก่อนกึ่งพุทธกาลมาก ยักษ์นอกพุทธศาสนาจะรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายจะล้มตายกันฝ่ายละมากๆ จะตายไปฝ่ายละครึ่งจึงเลิกรากัน ฯ

    ผู้เป็นใหญ่มีอำนาจจะเรียกแมลงผีเสื้อเหล็กนับแสนตัว มาปล่อยไข่เป็นไฟผลาญ

    ข้อความนี้ หมายถึง พายุสุริยะ จากนอกโลกถูกส่งเข้ามายังโลกมนุษย์ ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ธรรมชาติร้ายแรงเกิดขึ้นบนโลกมนุษย์ จะมีมนุษย์บางคนหรือบางส่วนรับรู้พลังงานจากคลื่นมวลอากาศสูงและรับรู้การสัดส่ายของพลังงานได้ หรือแม้แต่ใช้เทคโนโลยีตรวจจับได้ สิ่งที่เป็นปรากฎการณ์เด่นชัด คือ คลื่นมวลอากาศวิปริตแปรปรวนเกิดขึ้นในโลกก่อน ณ สถานที่ใดที่หนึ่งในโลกแล้วจึงเกิดภัยพิบัติธรรมชาติต่าง ๆ ตามมา

    ยักษ์หินที่ถูกสาปเป็นเวลานาน จะตื่นขึ้นมาอาละวาดโลก

    ข้อความนี้หมายถึง แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด

    ดินฟ้าอากาศจะแปรปรวน ตลิ่งจะพัง แผ่นดินจะถล่มถมเป็นทะเล โลกมนุษย์จะดิ่งสู่ความหายนะ

    ข้อความนี้หมายถึง พายุแม่เหล็กรุนแรงในชั้นบรรยากาศ ฝนฟ้าอากาศวปริตแปรปรวน น้ำทะเลมีระดับท่วมสูงขึ้น เกิดคลื่นสึนามิ แผ่นดินยุบน้ำทะเลพัดเข้ามาแทนที่

    ความจริงแห่งสงคราม...

    จากประวัตฺิศาสตร์โลก ถ้าเริ่มนับตั้งแต่คริสต์ ศักราช 1900 เป็นต้นมา หากนับจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 และเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธ์มนุษย์นับหลายครั้ง จะเห็นได้ว่าผู้ที่ชนะสงครามโดยการกดขี่ข่มเหงเพื่อความมีอำนาจเหนือกว่าในสิ่งพวกตนต้องการ ไม่มีผู้ใดอยู่เหนือชัยชนะนั้นได้อย่างแท้จริง สักวันก็ต้องกลับมาอยู่ในความปราชัยและมันจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป นั่นคือ หลักของสัจจะความจริงของทุกสรรพสิ่งของกฎจักรวาลสากล คือ

    1.ทุกสรรพสิ่งล้วนต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน
    2.ทุกคนล้วนต้องเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
    3.ทุกสรรพสิ่งล้วนตกอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์สากลจักรวาลเดียวกัน


    หากยัอนไปในประวัติศาสตร์ของมนุษย์โลก การได้มาซึ่งอำนาจที่ต้องการ ซึ่งไม่ได้เกิดจากแก่นแท้ของจิตวิญญาณ ที่เกิดจากพลังความรักซึ่งเป็นพลังอำนาจในตนเองที่แท้จริงของมนุษย์แล้ว

    มนุษย์ที่ต้องการสร้างพลังอำนาจในตนเองได้อย่างยั่งยืนนััน มนุษย์ต้องรักษาความสมดุลของตนเองไว้ร่วมกับสรรพสิ่งอื่นไว้เสมอ การที่มนุษย์ได้มาซึ่งอำนาจที่เหนือกว่า แล้วเบียดเบียนกดขี่ข่มเหงคนอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจที่ตนต้องการ ทำให้ก่อการเสียสมดุลของระบบเดียวกัน เช่น การรุกราน การฆ่าล้างเผ่าพันธ์ เพื่อให้เกิดการจำใจยอม การต้องตกอยู่ใต้อำนาจผู้อื่นโดยกดบังคับข่มเหง เป็นการกระทำผิดกฎจักรวาล ก่อให้เกิดการเสียสมดุลของระบบ เช่น การกระทำของนาซีฮิตเลอร์ พลพต (เขมรแดง) หรือแม้กระทั่งการเข้าไปรุกรานเมืองอื่น หรือผู้ทีอำนาจในเมืองนั้น ๆ ทำร้ายประชาชนของตนเองโดยไม่ชอบธรรม ซึ่งถือว่าเป็นการทำลายก่อให้เกิดการเสียสมดุลของระบบขึ้น

    ด้วยศาสตร์ของจักรวาลแล้ว ทุกสรรพสิ่งสามารถจะพัฒนายกระดับตนเองจากภาวะการเสียสมดุล สู่สิ่งที่เหนือกว่าเพื่อสร้างความสมดุลใหม่ของระบบนั้นเสมอ เช่นเชื้อโรคร้ายทุกชนิดที่ถูกมนุษย์ทำร้ายหรือทำลายจนเสียสมดุลของระบบไป มันจะสามารถยกระดับด้วยการพัฒนาตนเอง ให้มีอำนาจตัานทานยาหรือเคมีที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นที่เคยทำลายหรือหยุดยั้งการเติบโตของมันได้ ด้วยการกลายพันธ์หรือสร้างพลังอำนาจใหม่คุ้มกันตนเองจนเกิดเป็นอาการดื้อยาหรือเกิดเชื้อโรคภายในใหม่ได้เสมอ ทั้งบทเรียนของตั๊กแตนปาทังก้าที่มนุษย์เคยปราบด้วยสารเคมีในนาข้าว มันสามารถพัฒนาตนเองให้สามารถต้านทานสารเคมีตัวเดิมได้อย่างน่าทึ่ง

    จากประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติจากการทำกดขี่ข่มเหงมนุษย์ด้วยกันทั้งในประเทศตนเอง หรือรุกรานไปประเทศอื่น ๆ สักวันหนึ่งกลุ่มผู้ที่ใช้อำนาจในทางที่ผิดจะต้องอยู่ในความพ่ายแพ้ต่อกลุ่มหรือบุคคลอื่นที่รวมตัวกันหาทางเอาชัยชนะกลับคืนมาจากการทำลายความสมดุลของระบบ(จากการเบียดเบียนความกดขี่ข่มเหง ขาดสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค) เพื่อทำให้ตนเองกลับคืนสู่ความสมดุลของระบบตนเองให้คงเดิมจงได้ (บทเรียนจากทุกประวัติศาสตร์ มักลงเอยจบเป็นเช่นนี้เสมอ)

    กฎของสรรพสิ่ง กฎของการกระทำ

    มนุษย์ทุกคนล้วนอยู่ภายใต้กฎเดียวกันไม่มีข้อยกเว้น....

    ทำเพื่อหน้าที่...ปกป้องอธิปไตย ถือเป็นความดี

    ทำเพื่อต้องการฆ่า....ถือเป็นบาปเวรกรรม

    ยกตัวอย่าง ในสงครามโลกครั้งที่ 2 พรรคนาซี อะด๊อฟฮิตเลอร์ ฆ่าล้างเผ่าพันธ์กลุ่มชาวยิว ให้ทุกข์ทรมานอดอยากหิวโหยนับล้านคน ทุกการ
    กระทำเป็นพลังงานกรรม คือ พลังงานบวกและลบ ที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของสำนึกมนุษย์เมื่อมีสิ่งเร้ามากระทบ ก่อให้เกิดความรู้สึก นึกคิด และอารมณ์ขึ้น พลังงานที่เกิดขึ้นนั้นแม้จะนำไปสู่การกระทำหรือการแสดงออกทางกายต่อบุคคลอื่นสิ่งอื่นที่เป็นเงื่อนไขหรือไม่ก็ตาม ถือว่าเป็นการเกิดกรรมนั้นๆ ขึ้นแล้ว

    พลังงานกรรมที่เกิดขึ้น จะแผ่ผ่านออกมาภายนอกร่างกายได้ ถ้าเป็นพลังกรรมด้านบวกมันจะสะสมและเคลื่อนไหลไปมาบนสนามแม่เหล็กของจักรวาลโลก เพื่อรอคอยการตอบสนองเป็นผลกรรมด้านบวกที่มนุษย์นั้นต้องเผชิญตามลำดับของผลกรรมที่ก่อไว้ แต่ถ้าเป็นพนักงานกรรมด้านลบ มันจะก่อตัวรวมกันเป็นกลุ่มลักษณะคล้ายเมฆหมอกสีดำ โดยมีพลังงานกรรมด้านบวกหรือการกระทำที่ถูกต้อง ในเรื่องนั้นๆ ที่มนุษย์ผู้เป็นเจ้าของมันไม่ได้กระทำแฝงเร้นอยู่ภายในใจกลางเมฆหมอกสีดำนั้น

    ยกตัวอย่าง กรณีประเทศอิสราเอล ระหว่างชาวยิวกับชาวปาเลสไตน์ ที่มีการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิวในสงครามโลกครั้งที่ 2

    การมีกรรมเป็นเผ่าพันธ์ กฎของการกระทำย่อมมีแรงดึงดูดเข้าหากันและแรงผลักออกจากกันเสมอ

    ในการกระทำดีและกรรมชั่วแต่ละเรื่องนั้น
    การทำงานของใจ คือจิต จะเป็นตัวการและมีจิตใต้สำนึกของมนุษย์นั้นคอยทำหน้าที่เก็บรหัสข้อมูลหรือจดจำไว้ ไม่ว่าจะผ่านพ้นไปนานเพียงใด แม้จิตสำนึกของตนเองจะลืมเรื่องราวเหล่านั้นไปแล้ว แต่จิตใต้สำนึกไม่มีวันลืม ซึ่งรหัสข้อมูลทางพลังงานเหล่านี้ จิตวิญญาณผู้นั้นจะรับเอาไว้เป็นคุณสมบัติแห่งผลกรรมของตนทุกเรื่อง เมื่อร่างกายหรือเครื่องยนต์แห่งกรรมดับลง พลังงานกรรมดังกล่าวจึงถูกเชื่อมโยงไว้กับมนุษย์นั้นในทุกภพชาติ

    การมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ เหตุใดประเทศอิสราเอล จึงต้องมีการแบ่งแยกเผ่าพันธ์และชาวปาเลสไตน์ต้องอดอยากทุกข์ทรมานหิวโหย ข้อกล่าวหาว่าชาวยิวต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ สิ่งใดจึงดึงดูดให้กระทำตอบสนองต่อกันจนไม่อาจเป็นหนึ่งเดียวกันได้

    เมื่อพิจารณาถึงกฎการกระทำและกฎแห่งแรงดึงดูดทางพลังงานกรรม หากเป็นเช่นนั้นจริงระหว่างเหตุการณ์การฆ่าล้างเผาพันธ์ชาวยิวในสงครามโลกครั้งที่ 2 กับสถานการณ์ระหว่างยิวและปาเลสไตน์ประเทศอิสราเอล ในปัจจุบันนี้

    การอดทน อดกลั้น ให้อภัย การกระทำตามหลักกฎสากลจักรวาลของสรรพสิ่ง ช่วยทำให้เราไม่ต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันชดใช้ ชาติที่แล้วเราทำเขา ชาตินี้เขาทำเรา เกิดใหม่ชาติหน้าต่างผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันกระทำต่อกัน คงรับผลการกระทำและทุกข์ทรมานไม่จบสิ้น ถ้าท่านเป็นชาวยิวและชาวปาเลสไตน์ จะตัดสินใจเช่นไร!!

    กฎของผลการกระทำของทุกสรรพสิ่ง กล่าวไว้ว่า ...การที่เราตีหัวหมากด่าแม่เจ๊กในชาตินี้ หากเรากลับมาเกิดใหม่ภพชาติต่อไป ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเกิดเป็นเจ๊กหรือเป็นหมา ให้ถูกเรากระทำไม่ถูกต้องเหล่านั้น มีโอกาสจะทำต่อต่อเราบ้าง แต่การเผชิญผลกรรมนั้นก็คือ การที่เรากลับเข้าสู่เงื่อนไขสถานการณ์แบบเดิมอีกครั้ง เพื่อให้ตัวเราได้มีโอกาสแก้ตัว ด้วยการคิดตัดสินใจใหม่ว่า เราจะตีหัวหมาด่าแม่เจ๊กอีกหรือไม่!

    เมฆหมอกสีดำของพลังงานกรรมด้านลบ คือคุณสมบัติของสถานการณ์ที่เป็นเงื่อนไขเดิมที่เราต้องฝ่าฟันมันเข้าไปให้ถึงใจกลาง มีคำตอบที่ถูกต้องในการตัดสินใจเร้นอยู่ข้างใน อันเป็นรหัสบุพกรรมของเราในชาติก่อน กลายมาเป็นเงื่อนไขใหม่ในชาติใหม่ดังกล่าว การเผชิญสถานการณ์แบบเดิม ก็คือการที่เราก้าวเข้าไปในเมฆหมอกสีดำนั้น ถ้าเราตัดสินใจใหม่ได้อย่างถูกต้อง ก็เท่ากับว่าเราเดินฝ่าเข้าไปในตรงจุดศูนย์กลางของเมฆหมอกสีดำนั้น เพื่อสัมผัสกับพลังงานด้านบวกที่เร้นอยู่ วิธีที่มนุษย์สัมผัสมันได้จากการตัดสินใจครั้งใหม่ที่ถูกต้อง เมฆหมอกสีดำนั้นจะสลายหายวับไปทันที กรรมนั้นก็ถือสิ้นสุดถือเป็นหมดกรรม เพราะพลังงานด้านลบถูกทำให้เป็นกลางหมดสิ้นแล้ว

    ถ้ามนุษย์ยังตัดสินใจผิดอีกครั้ง กรรมนั้นก็คงยังอยู่ถือว่าเป็นการสอบตกซ้ำชั้น จะต้องกลับสู่การเกิดใหม่เพื่อหาหนทางกำจัดมันให้ได้และภพชาติต่อไปอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าจะอีกกี่ภพกี่ชาติก็ตาม

    การชำระโลกครั้งที่ 4

    สาเหตุการชำระ ไม่สามารถสั่นสะเทือนจิตสำนึกด้านบวกเป็นความรักความเมตตาต่อกันเพื่อแบ่งปันความรักโลกได้ โลกเสียสมดุลในมิติทางพลังงาน เพราะได้รับพลังงานใหม่ด้านบวกจากจิตใจมนุษย์ไม่เพียงพอ เนื่องจากมนุษย์ขาดสติและไร้สำนึกทางจิตวิญญาณ การเสียสมดุลในมิติทางกายภาพโลกเต็มไปด้วยขยะรกโลก สอบตกในบทเรียนการเป็นหนึ่งเดียวกัน และป่วยทางจิตวิญญาณและถ้าหากธรรมะไม่อาจเยียวยาได้อีกต่อไปแล้ว

    พุทธทํานายกับพุทธพยากรณ์แตกต่างกันอย่างไร

    พุทธพยากรณ์ก็คือเมื่อได้พยากรณ์แล้ว ก็คือการเกิดขึ้นจริงหนึ่งเดียวไม่มีสอง

    พุทธทำนาย ก็คือการมองเห็นอนาคตจากสิ่งปัจจุบันที่กำลังเกิดขึ้น เช่น การมองเห็นว่าทางมี 2 ทาง ทางหนึ่งปลายทางคือข้าวสาร อีกทางหนึ่งคือเหวลึก ถ้าปล่อยหนูออกจากกรง ทางที่หนูเลือกเดินซ้าย หรือ ขวา คือสิ่งที่หนูตัวนั้นจะต้องพบเจอแน่ ๆ ในทางที่เลือกตัดสินใจเดิน

    การชำระโลกครั้งที่ 4 ก็เช่นเดียวกัน หากมนุษย์ชาติพาโลกเดินทางไปถึงจุดนั้นจริง ๆ ปลายทางก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากผลปัจจุบัน หากไม่มีการแก้ไข

    การที่โลกพลิกคว่ำ ตีลังกา

    การที่โลกยังคงต้องเผชิญภัยพิบัติที่ยังไม่ใช่หายนะครั้งสุดท้าย เพราะโลกยังมีมนุษย์ที่มีจิตวิญญาณด้านบวกที่เกื้อกูลต่อโลกอยู่ ตราบใดที่พลังงานโลกยังไม่เข้าขั้นวิกฤติ มนุษย์ก็ยังดำรงกับภัยธรรมชาติอยู่แบบนี้เรื่อย ๆ ไป หนักบ้าง เบาบ้าง แล้วแต่การปรับสมดุลพลังงานของโลก

    หากมนุษย์ต้องการเปลี่ยนแปลง ต้องปรับเปลี่ยนที่จิตสำนึกหันมาเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อมนุษย์เปลี่ยนแปลงโลกจะค่อย ๆ ปรับไปตามการเปลี่ยนแปลงนั้น

    ท้ายที่สุดนี้เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์แก่ชนรุ่นหลังต่อ ๆ ไป ตราบใดที่มนุษยชาติยังคงร่วมแรงร่วมใจรักษ์โลก มีความรักและเมตตาปรารถนาดีต่อกัน ร่วมกันสร้างสันติภาพและสันติสุขในการอยู่ร่วมกัน นำประวัติศาสตร์มาเป็นบทเรียน ถ้ามนุษย์ยังอยู่ร่วมกันกับโลกด้วยดี ไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ มาทำให้โลกต้องเกิดวิกฤติการณ์อันใหญ่หลวง โลกก็ดำรงอยู่ไปตามเหตุปัจจัย จนถึงที่สุดสิ้นพุทธกาลเมื่อถึงกาลเวลานั้น ชนมนุษย์หมู่ใดที่ชอบการเข่นฆ่าทำลายล้างกัน อาจส่งผลให้ได้ไปเกิดในยุคทุกข์เข็นในยุคนั้น จากมนุษย์ที่ขาดคุณธรรม ศีลธรรม ใจร้ายโหดเหี้ยมอำมหิต การชำระล้างโลกใหม่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

    ด้วยความปราถนาดี....
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 สิงหาคม 2025
  13. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,453
    ค่าพลัง:
    +3,220
    มองดูสถานการณ์โลก สถานการณ์การณ์บ้านหนองจาน ประเทศไทย

    ธรณีกรรแสง เสียงร้องเรียก!!ที่ไม่มีใครได้ยิน

    ยามใดที่โลกรับรู้ เสียงคลื่นมวลอากาศที่มีความหนาแน่นสูง ยิ่งเสียงดัง ยิ่งรู้สึกวังเวง ในยามค่ำคืนอันดึกสงัดเสียง!เพลงธรณีการแสงบรรเลงแว่วมาไกล ๆ เหมือนจะเป็นการกล่อมบรรเลงให้กับโลกใบนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น!! ทุกอย่างกำลังเกิดขึ้นจริงเป็นสัญญาณทางพลังงานของโลกใบนี้

    หาก ณ เวลาใดถ้ามีใครที่รับสัญญาณนี้ได้ชัดเจน นี่เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าก่อนเกิดภัยพิบัติบนโลก เช่น เกิดแผ่นดินไหวที่ฟิลิปปินส์ ณ เวลานี้เป็นต้น และก็เหมือนกับภัยพิบัติต่าง ไป ที่ผ่านมาบนโลก



    แล้วเกี่ยวอะไรกับประเทศไทย !

    เกี่ยวค่ะ เพราะความอดทน อดกลั้น การให้อภัย เป็นพลังงานบวกสูงสุด ต่างมีผลตอบแทน



    ป้าหมายหลัก ปรารถนาจะให้แผ่นเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนา แผ่นนี้เคยเป็นแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เป็นแผ่นดินที่รุ่งเรืองด้วยศิลปวัฒนธรรม อุดมด้วยศาสนาและรุ่งเรืองมาอย่างยาวนาน อีกทั้งผู้คนบนแผ่นดินล้วนมีจิตใจรักสงบเป็นที่สุด

    ตราบใดที่โลกยังมีผู้ที่จิตวิญญาณด้านบวกเกื้อกูลโลกมากเท่าใด ก็จะนำพาให้โลกพ้นภัยมากขึ้นเท่านั้น

    บ้านหนองจาน ถือเป็นเหตุการณ์ ๑ ในภัยพิบัติที่ประเทศไทยต้องเผชิญ!!


    ATTACH=full]6603998[/ATTACH]

    ปรากฎการณ์และมายาที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินจากการชำระโลกเกิดจากความผิดพลาดของคนบนแผ่นดินสยาม ถึงความผิดพลาดในการเดินชีวิตในระบบโลก และสภาพทางสังคม คือ

    1.การละทิ้งเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ แผ่นดินนี้เคยรุ่งเรืองทางธรรมะมาโดยตลอดแต่พอความเจริญทางวัตถุและเทคโนโลยีก้าวขึ้นมาต่างพากันละทิ้งความดีงามของตน

    2.จิตสำนึกด้านบวกบกพร่อง ตกเป็นทาสวัตถุและยอมให้อำนาจฝ่ายต่ำในจิตใจเข้าครอบงำ ความหวาดระแวงไม่ไว้วางใจกันเป็นจุดเริ่มต้นของการ
    กระทำที่ไม่ถูกต้องและทุกส่วนของสังคมนี้ มนุษย์นับถือศาสนาแต่ไม่เข้าใจอย่างแท้จริง ผู้คนส่วนใหญ่เข้าวัดปฏิบัติธรรมกันน้อยลง ขณะที่ตัวแทนศาสนาพาการทุศีล

    3.ขาดความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ มนุษย์ทุกคนที่เกิดมา หน้าที่อย่างหนึ่งคือการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน ความเป็นหนึ่งเดียวกันกับทุกๆสิ่งในระบบโลก เพื่อรักษาความสมดุลของระบบเอาไว้ให้ได้ แต่มนุษย์กลับทำลายชีวิตกัน ตัดฟันต้นไม้ทำลายชีวิตสัตว์ป่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเสียสมดุล

    ความผิดพลาดทั้ง 3 ประการข้างต้น มันมีส่วนทำให้ระบบโลกบนแผ่นดินเสียสมดุลไปไม่น้อย


    กรณีสถานการณ์ชายแดนบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว

    เปิดดูไฟล์ 6604040

    หากดูแล้วมันเป็นความถูกต้องที่ไทยต้องทวงพื้นที่อธิปไตยคืน ไทยก็ทำถูกต้องแล้ว และมันก็ต้องเป็นเช่นนั้น การปฏิบัติการต่าง ๆ ประเทศไทยพยายามวางแผนที่คำนึงผลด้านสิทธิมนุษยธรรม และความเห็นจากประชาคมโลกให้มากที่สุด เพื่อให้เป็นการยอมรับจากประเทศทั่วโลก เท่าที่ jityim ฟังรายการต่าง ๆ ที่ประเทศไทยพยายามทุกวิถีทางในการจัดการตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศให้ดีที่สุด



    ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และได้รับการยอมรับจากความอดทน อดกลั้น นั้นแล้ว

    แต่ครั้งนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีผลการดำเนินการที่ต่อเรื่องมาจากสถานการณ์เดิมครั้งที่แล้ว เพื่อทำให้กัมพูชาหันมาดำเนินการทำให้ทั้งสองประเทศดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในอนาคต ประเทศไทยจึงต้องมีการบริหารจัดการเพื่อป้องกันการขัดแย้งที่จะเกิดในอนาคต โดยกรณีข้อพิพาทพื้นที่ จึงจำเป็นต้องจัดการเคลียร์พื้นที่พิพาทให้ถูกต้อง และมีแนวทางการทำรั้วป้องกันการพิพาทในอนาคต

    แต่กรณีบ้านหนองจาน อดีตเป็นค่ายผู้ลี้ภัย ที่จัดตั้งโดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เพื่อช่วยเหลือชาวกัมพูชาที่หนีภัยสงครามเมื่อประมาณ 40 ปีก่อน (ราวปีพ.ศ 2523 - 2527) ซึ่งต่อมาค่ายถูกปิดและผู้คนอพยพออกไป แต่มีชาวกัมพูชาบางส่วนยังคงยึดถือและเข้าอยู่อาศัยและพื้นที่ดีอีกครั้งหรือไม่อพยพกลับไป ทำให้เกิดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ นอกจากนี้อาจเป็นจุดยุทธศาสตร์ลักลอบค้าของเถื่อนข้ามแดนผิดกฎหมายมานานกว่า 40 ปีและยังเป็นแหล่งผลประโยชน์มหาศาลของกลุ่มผู้มีอิทธิพลและเครือข่ายขบวนการลักลอบค้าของเถื่อน

    จำนวนหลังคาเรือนที่ชาวกัมพูชาบุกรุกมีประมาณ 130-170 หลังคาเรือน ถ้าเป็นจุดยุทธศาสตร์การลักลอบค้าของเถื่อนและมีการข้ามแดนผิดกฎหมาย ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่ถูกกฎหมายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นแหล่งผลประโยชน์ ถ้าหากในกรณีชาวกัมพูชาเข้ามาอยู่อาศัยเป็นลักษณะของการตั้งถิ่นฐานยังไม่ถูกกฎหมายเพื่อทำกิน ในพื้นที่ข้อพิพาทได้ยังเกี่ยวข้องกับการค้าที่ผิดกฎหมายในบริเวณชายแดน

    ประเทศไทยได้ได้ทำการทวงคืนพื้นที่บ้านหนองจานตามหลักอธิปไตยของชาติ โดยไม่ขัดหลักต่อมมนุษยธรรม

    1 ประเทศไทยพยายามดำเนินการเจรจาทางการทูตและกลไกทวิภาคี

    2. ประเทศไทยได้ดำเนินการหลักตามกฎหมาย โดยการประกาศและแจ้งเตือนล่วงหน้า การให้เวลาและทางเลือกในการอพยพแล้ว

    3 เพื่อให้การทวงคืนพื้นที่ไม่ขัดหลักมนุษยธรรม ต้องให้ความสำคัญกับความไปอยู่ที่ดีของผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

    การแยกแยะผู้บุกรุกกับผู้ลี้ภัย แยกแยะให้ชัดเจนระหว่างผู้ที่เข้ามาบุกรุกพื้นที่ทำกิน ผู้ที่มีสถานะเป็นผู้ลี้ภัยจริง (ซึ่งในกรณีนี้คือผู้บุกรุกที่ไม่มีสิทธิในอาศัยในราชอาณาจักรไทย)

    การอำนวยความสะดวกในการกลับประเทศ ประสานงานกับรัฐบาลกัมพูชาองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และองค์กรเอกชนด้านมนุษยธรรธรรม เพื่อจะทำแผนการส่งกลับประเทศต้นทาง หรือย้ายถิ่นฐานอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี เช่นการจัดหาอาหารและน้ำ การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

    การหลีกเลี่ยงใช้ความรุนแรง หลีกเลี่ยงใช้กำลังพลทหารหรือความรุนแรงในการผลักดัน อาจจำเป็นต้องใช้กำลังคนใช้ระดับที่น้อยที่สุดแล้วเหมาะสมตามสถานการณ์ มุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย

    ถ้าหากสถานการณ์จะมีความรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นที่ประชาชนกัมพูชาชื่อผู้บุกรุกใช้กำลังติดอาวุธต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไทยในพื้นที่บ้านหนองจาน

    ประเทศไทยควรปฏิบัติตามยึดหลัก 3 ประการก็คือปกป้องอธิปไตยใช้กำลังตามกฎหมายและหลักสัดส่วนภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

    ยืนยันอธิปไตยเหลือดินแดน ไทยมีสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ใช้มาตรการจำเป็นรักษาที่ประกาศและความมั่นคงในพื้นที่ของตน

    ถือว่าเป็นการทำที่ผิดกฎหมาย การใช้กำลังติดอาวุธต่อสู้เจ้าหน้าที่รัฐถือเป็นการก่ออาชญากรรมร้ายแรงและเป็นที่ผิดทางกฎหมายทั้งในประเทศและหลักสากล

    การใช้กำลังตามหลักสากล เจ้าหน้าที่ไทยปฏิบัติตามการรักษากฎหมายไม่ใช่การทำสงคราม และการใช้หลักเกณฑ์สากลในการใช้กำลัง

    หลักความจำเป็น การใช้กำลังต้องเกิดขึ้นเมื่อจำเป็นอย่างยิ่งยวดเท่านั้น เพื่อปกป้องชีวิตของเจ้าหน้าที่หรือพลเรือนจากภัยคุกคามที่ใกล้จะถึง

    หลักสัดส่วน การใช้กำลังต้องเผชิญมนุษย์จะเป็นในการระงับเหตุการณ์และการจับกุม


    ประเทศไทยมีเป้าหมายสูงสุดการจัดการปัญหาข้อพิพาทบ้านหนองจานคือ การทำนองไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติโดยไร้ความขัดแย้ง และเสริมสร้างมิตรภาพยั่งยืนกับประเทศเพื่อนบ้าน

    กลยุทธ์ที่ดีที่สุดในสถานการณ์นี้คือการผสมผสานระหว่างการใช้กฎหมายสากลและการทูตที่สร้างสรรค์

    1 กลยุทธ์ "เจิ้งเหอ" (การแผ่อิทธิพลด้วยสันติและประโยชน์ร่วมกัน) เน้นการให้ก่อนได้ และการสร้างความสัมพันธ์ผ่านผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแทนใช้กำลังทหาร

    เปลี่ยนพื้นที่พิพาทเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษร่วม เสนอให้พื้นที่บ้านหนองจานและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นเขตเศรษฐกิจที่ดูแลร่วมกันหรือเสนอให้กัมพูชาจัดสรรพื้นที่ฝั่งตนเองที่ติดกับชายแดนเป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษร่วม

    เงื่อนไขโดยมีเงื่อนไข แลกกับการที่ชาวกีมพูชาที่บุกรุกในบ้านหนองจานยอมย้ายไปอยู่ในเขตพื้นที่พิเศษเศรษฐกิจร่วมฝั่งกัมพูชา โดยไทยให้ความช่วยเหลือด้านการก่อสร้างสถานอุปโภคขั้นพื้นฐานน้ำไฟถนนโรงเรียน และให้สิทธิพิเศษในการเข้าถึงตลาดไทยและหรือการค้าชายแดน

    การลงทุนเพื่อย้ายถิ่นฐานยังมีศักดิ์ศรี จัดตั้งกองทุนพิเศษเพื่อช่วยให้ชาวกัมพูชาแยกออกไปมีเงินทุนตั้งตัว มีที่อยู่ที่อาศัยที่เหมาะสม และสามารถเข้าถึงการจ้างงานอย่างถูกกฎหมายได้ นี่คือแก้ปัญหาด้วยการซื้อความสงบสุขอย่างมีเหตุผล


    กลยุทธ์การให้ความมั่นคงทางมนุษย์

    เชื้อเชิญองค์กรระหว่างประเทศด้านการอพยพและมนุษยธรรมให้เข้ามามีบทบาทในการประเมินและช่วยเหลือชาวกัมพูชาอยู่ในพื้นที่ เปลี่ยนเป็นสถานะผู้พลัดถิ่นชั่วคราว แก่ผู้ที่ยอมย้ายออกจากพื้นที่พิพาทโดยสมัครใจ กลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดคือการใช้กฎหมายสากลเพื่อยืนยันสิทธิอธิปไตยของไทยและการใช้อำนาจทางเศรษฐกิจและทางการทูตที่ชาญฉลาด เพื่อ"ซื้อ"ทางออกด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกัมพูชาที่บุกรุก ซึ่งเป็นทางเดียวที่รับทั้งดินแดนคืน(อธิปไตย)และมิตรภาพ(ผลประโยชน์ร่วมกัน) โดยไม่เกิดการปะทะด้วยอาวุธ



    ปรากฏการณ์และมายาจะเกิดขึ้นบนแผ่นดินจากเหตุการณ์ชำระระบบโลก และนี่ก็คือหนึ่งในสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์มายาที่เกิดขึ้น เหตุการณ์นั้นก็คือ การขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มน้ำยารักษาโรคจากภัยธรรมชาติ และจากมนุษย์แผ่นดินอื่นเดินทางเข้ามาพึ่งพาเป็นจำนวนมาก จะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในแผ่นดินสยาม

    ปรากฏการณ์และมายาที่จะเกิดขึ้นบนแผ่นดินสยาม

    ทั่วทุกภาคของประเทศได้รับเข้าไปจากน้ำท่วมใหญ่ๆแม้ที่ไม่เคยท่วม

    เมืองใหญ่จะต้องไปชนกับปัญหาภัยน้ำท่วมติดต่อกันยาวนานกว่าเดิมจนต้องเผชิญกับปัญหาอื่นที่สร้างความทุกข์ยากซับซ้อน

    แผ่นดินชายฝั่งทะเลจะต้องเจอกับพายุรุนแรงและน้ำท่วมผิดปกติและคลื่นยักษ์

    ภาคเหนือภาคกลางภาคใต้บางส่วนจะเกิดแผ่นดินไหวให้ตื่นตกใจเมื่อครั้งอดีต

    เส้นทางน้ำป่าจากภูเขาจะเปลี่ยนทิศทางเข้าสู่เมืองใหญ่บางแห่ง

    สถานที่เคยทำเกษตรได้จะถูกเปลี่ยนย้ายไปยังที่ใหม่ที่ไม่เคยทำได้ผลมาก่อน

    นี้เป็นเรื่องราวของธรรมชาติแวดล้อม ที่ถูกกำหนดให้มันเกิดขึ้น ซึ่งมันเปลี่ยนแปลงได้ด้วยจิตสำนึกด้านบวก

    ประเทศไทยจะตัดสินใจดียังไงดีเมื่อต้องเผชิญกับปรากฏการณ์มายาที่เกิดขึ้นจากการชำระโลก


    เป้าหมายหลักคือ ปรารถนาจะให้แผ่นดินนี้ เป็นศูนย์กลางของสิทยาศาสตร์ทางจิต ที่รวบรวมไว้ด้วยจิตวิญญาณมนุษย์ ที่ผู้คนบนแผ่นดินล้วนมีจิตใจรักสงบเป็นที่สุด เคยชินกับอารมณ์รักที่บริสุทธิ์ ด้วยพลังงานความรักที่ต่างเหนี่ยวรั้งซึ่งกันและกันจนยากที่แลาแบบอย่างเช่นนี้ได้จากแผ่นดินไหนได้ง่าย ๆ

    เพื่อพิจารณาค่ะ แล้วแต่ผู้เกี่ยวข้องจะเห็นว่าข้อความใดสมควรจะหยิบนำไปใช้ เพราะข้อมูลข้างต้นเหล่านี้ ปรับแต่งเอง ไม่เป็นไปตามที่ jityim ต้องการเรียบเรียงที่จะให้เป็นไป เข่นการใช้เน้นข้อความสำคัญหนา บางด้วยสีต่าง ๆ แต่กลับไม่ปรากฎ ข้อความที่ลบไปก่อนหน้ากลับมีอยู่ ไม่ทำการลบให้ และที่แน่ใจคือ ข้อความเปลี่ยนแปลงล่าสุด เรื่องความอดทนมีผลตอบแทน ใส่ข้อความล่าสุดกลับปรากฎคงเอาไว้ ข้อความอื่น ๆ กลับหายไปหมด และนำข้อความที่ลบไปก่อนหน้าปรากฎขึ้นมาแทน ทุกข้อความจะเชื่อมโยงปรับลดเองอัตโนมัติ ที่ทุกครั้งที่ตนเองออกจากกระทู้ไปนอกระบบเพื่อนำข้อมูลมาประกอบ ได้ข้อความล่าสุดตามนี้ ตอนแรกว่าจะเลิกทำ เพราะทำไปก็ไม่ กลับปรากฎข้อความที่ไม่ต้องการก่อนหน้ามาแทน ลบออกกี่รอบ ๆ ก็ปรากฎข้อมูลตามนี้

    สรุปว่า โพสต์นี้ทุกบรรทัดข้อความ ไมได้เป็นไปตามความจงใจของ jityim ที่ต้องการให้เป็นไป ทุกประโยคที่เห็นจัดสรรออกมาเอง jityim ก็เอาตามที่ปรากฎให้เห็น เอาเป็นว่าตนเองเป็นเพียงแค่ดูคำให้ถูกต้องเท่านั้นค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 ตุลาคม 2025
  14. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,453
    ค่าพลัง:
    +3,220
    วิกฤติการณ์หาดใหญ่ ส่งสัญญาณถึง...ไทย

    เปิดดูไฟล์ 6618238

    เปิดดูไฟล์ 6618239


    น้ำท่วมหาดใหญ่กำลังบอกอะไรแก่คนไทย

    ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาคลื่นมวลอากาศมีพลังมวลอากาศมีความหนาแน่นสูง พร้อมกับการขยับตัวของธรณีใต้พิภพ ณ เวลาไหนที่มนุษย์รับรู้ได้อย่างชัดเจน ภัยพิบัติทั่วโลกก็จะรุนแรงไปด้วย


    ณ เวลานี้ มีใครได้รับรู้คลื่นเสียง "ธรณีกรรแสง" กันบ้างไหมคะ แต่เดิมได้ยินเฉพาะตื่นขึ้นมากลางดึกสงัด แต่..ณ เวลานี้ได้ยินตลอดเวลา เมื่อจิตสงบ

    สถานการณ์สงครามระหว่างประเทศต่าง ๆ ก็ลดลงและเบาบางลงแล้ว แต่ทำไม ภัยธรรมชาติไม่ลดลง ดูเหมือนจะเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ อีกหนึ่ง สาเหตุที่สำคัญนั่นก็คือ การชำระล้างพลังงานของโลก

    การที่โลกยกกำลังยกระดับพลังงานให้สูงขึ้น เนื่องจากการเสื่อมถอยตามวัฏจักรของโลกแล้ว ระดับจิตวิญญาณของมนุษย์ ก็เป็นไปสอดคล้องกับสภาวะความเสื่อมทางกายภาพของโลก คือ ภัย"การคลั่งวัตถุนิยม" ที่มนุษย์สร้างขึ้นทำลายความสมดุลของระบบโลก การทำลายระบบนิเวศน์ไม่บันยะบันยัง การแสวงหาเทคโนโลยีความสะดวกสบาย เป็นการเพิ่มจำนวนน้ำหนักมวลขยะขึ้นบนผิวโลกแล้ว ยังเป็นลดน้ำหนักมวลของสรรพสิ่งในส่วนของ"เนื้อโลก"ไปพร้อม ๆ กันไปด้วย อัตราการเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์โลก ในปลายยุคพลังงานเก่าก่อนการชำระโลกนั้น เป็นอัตราเร็วของการเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองที่จัดว่า ช้าที่สุด ซึ่งมันจะเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองด้วยอัตราเร็วที่ช้าไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว มิเช่นนั้นดาวเคราะห์โลกดวงนี้จะเสียสมดุลไปทั้งระบบทันที เพราะแรงดึงดูดหรือแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์โลก จะต่ำกว่าระดับค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่ได้ ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก็คือ ดาวเคราะห์โลกจะไม่อาจยึดรั้งสรรพสิ่งต่างๆให้เป็นหนึ่งเดียวกับตนเองเอาไว้ได้อีกต่อไป


    ปรากฎการณ์" วิกฤติที่หาดใหญ่"

    เมื่อดาวเคราะห์โลกดวงนี้ เหวี่ยงหมุนรอบตัวเองช้าลงกว่าพิกัดที่กำหนด ทำให้เกิดอาการแกว่งหรือส่ายไปมาขนาดหมุนรอบตัวเอง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการแกว่งหรือสายนี้ก็คือ ทำให้ฤดูกาลหมายถึงภูมิอากาศ ดินฟ้าอากาศเกิดการวิปริตเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หนึ่งในนั้นก็คือปรากฏการณ์ของ "ฝนระเบิด" ที่ไม่อาจสามารถพยากรณ์อากาศล่วงหน้าได้

    สถานการณ์ "หาดใหญ่" กำลังเป็นโมเดลให้ประเทศไทย เริ่มตื่นตัวในการรับมือกับภัยพิบัติที่รุนแรงไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ และนี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ถ้าพลังงานของโลกยังต้องพึ่งพาการปรับพลังงานให้สมดุลจากนอกระบบโลกอยู่ ตราบใดที่มนุษย์บนโลกนี้ยังไม่สามารถช่วยเหลือดาวเคราะห์โลกนี้ได้

    "ฝนระเบิด"ที่หาดใหญ่



    ไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ จำพายุ"คัลแมกี" ได้ไหม! ที่ถล่มฟิลิปินส์ และเวียดนามเสียหายอย่างหนัก และทิศทางพายุจะต้องพัดเข้าประเทศเต็ม ๆ ไป แต่แล้วจู่ ๆ ก็หักเหเข้ากัมพูชาอย่างรุนแรง สร้างความเสียหายหลายพื้นที่ ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ขณะที่ไทยรอดพ้นพายุรุนแรงที่สุดในเอเซียในปีนี้ (ดั่งที่เคยกล่าวไว้ว่า ความอดทน อดกลั้น ให้อภัย มีผลตอบแทน แต่ไม่พ้นพลังงานกรรมมวลรวมของประเทศ) ที่เคยลงโพสต์ไว้ก่อนหน้านี้


    การที่เรารอดจากภัยพิบัติฉุกเฉิน อย่างพายุ
    "คัลแนกี" ในข่วงการส่งพลังงานที่เข้มข้นเข้าในระบบโลกในช่วงที่ผ่านมานับตั้งแต่การเกิด "คลาส"หรือ วันพระจันทร์ดับในช่วงที่ผ่านมา ไทยเราไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงเกินไปเหมือน
    ฟิลิปินส์ เวียดนาม แต่เราหลีกหนีการชำระล้างพลังงานตามมวลกรรมของประเทศไม่ได้ แต่ละประเทศจะต้องเผชิญกับสถานการณ์แตกต่างกันไปตามพลังมวลกรรมของแต่ละประเทศนั้น ๆ


    วาระกรรมของประเทศไทย คืออะไร? ทำไมจึงถูกน้ำทำลายล้างตามคำสอนของพระพุทธเจ้า และทำไมต้องเกิดที่สงขลา อ.หาดใหญ่ เพื่อให้เราตระหนัก "โมเดล" ที่ต้องเตรียมพร้อมกับการรับมือในครั้งต่อ ๆ ไป นี่อาจจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ตราบใดที่คนไทยยังไม่สามารถร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือค้ำจุนโลกทั้งทางด้านกายภาพของโลก และทางระดับจิตวิญญาณ

    ทางกายภาพของโลก คือ การเพิ่มขยะรกโลก
    ทางวัตถุและเทคโนโลยีต่าง ๆ อาคาร บ้านเรือนติดตั้งขวางทางน้ำ และการดูดซับ ขุดคุ้ยทรัพยากรธรรมชาติแร่ธาตุต่างๆ ที่ทำให้ลดน้ำหนักมวลของสรรพสิ่งในส่วนของเนื้อโลก เป็นต้น

    ส่วนทางด้านจิตวิญญาณ ทำหน้าที่ผลิตประจุไฟฟ้าบวกป้อนให้แก่ดาวเคราะห์โลกของตนไม่ได้ เพราะหลงยึดติดตัวตนและมายาในมิติทางกายภาพของสรรพสิ่ง โดยคิดเข้าใจว่าเป็นตัวตนรูปลักษณ์ที่แท้จริง ก็เท่ากับว่ามนุษย์ได้เพิ่มมวลของสรรพสิ่งที่เป็นขยะรกโลก

    สรรพสิ่งใดที่ให้ประจุบวกแก่โลกไม่ได้แล้ว มิหนำซ้ำยังให้ประจุลบที่โลกไม่ต้องการอีกต่างหาก สรรพสิ่งดังกล่าวนั้นจึงเป็นเพียง"ขยะที่รกโลก"

    การชำระล้าง "พอลลูชั่น" มลพิษทางอากาศ มลภาวะที่มัวหมองใด ๆ แม้กระทั่ง"คลื่นพลังงานลบ"จากจิตใจของมนุษย์ถูกปลดปล่อยกระแสพลังงานลบออกมาที่ล่องลอยเคลื่อนไหลไปตามสนามพลังงานแม่เหล็กโลกที่เป็น"ขยะรกโลก" ก็จะถูกชำระล้างไปด้วย

    แม้แต่กรุงเทพมหานคร หากเข้าข่ายเป็นเมืองที่สร้างขยะรกโลก "พอลลูชั่น" มลพิษทางอากาศและมลพิษทางจิตใจที่หลงไหลกิเลสตัณหาในจิตใจ หลงลืมคุณงามความดีคุณธรรม ศีลธรรมประจำใจ คลื่นกระแสพลังงานลบจำนวนมากมายที่แต่ละคนสร้างและปลดปล่อยออกมา ถ้าหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจิตสำนึก คำตักเตือนและทำนายของผู้ทรงคุณทั้งหลาย ที่เคยมีกล่าวเอาไว้ ฝนจะตก 7 วัน 7 คืน น้ำจะท่วมถึงตึก 4 ชั้น ก็อาจจะเป็นจริงได้สักวัน โมเดลเมืองหาดใหญ่ คือสัญญาณส่งคำเตือน "การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติขนาดใหญ่ที่มันจะเกิดขึ้นมาได้อีกเสมอ ๆ หากกับวิกฤติโลกร้อนที่ยังแก้ไขกันไม่ได้ วิกฤติการณ์หาดใหญ่ กำลังส่งสัญญาณเตือนให้กับประเทศใด ๆ ที่ไม่คอยเตรียมพร้อมรับมือเพราะมีความมั่นใจว่า"เอาอยู่" ไม่ว่าจะสาเหตุใด ๆ ก็ตามที่ผ่านมาประสบภัยน้อยมาก ใครหลาย ๆ คนก็อาจคิดไม่ถึงว่า อ.หาดใหญ่สงขลา จะมาถึงจุดนี้ได้ ในท่ามบรรยากาศมืดมิดและเสียงร้องระงมขอความช่วยเหลือ





    กรุงเทพมหานครมีโอกาสเกิดอุทกภัยใหญ่ไหม!!

    กรุงเทพกับหาดใหญ่ มีเงื่อนไขและปัจจัยที่แตกต่างกันทั้งภูมิประเทศและการจัดการน้ำของกรุงเทพฯไม่เหมือนกับหาดใหญ่โดยสิ้นเชิง

    ซึ่งหาดใหญ่เป็นแอ่งกระทะรับน้ำจากภูเขาสูง 3 ทิศทางและรวมกันเข้าสู่ตัวเมืองอย่างรวดเร็ว การระบายน้ำก็เป็นคอขวด เกิดฝนระเบิดในพื้นที่น้ำท่วมเฉียบพลัน

    กรุงเทพถึงแม้จะมีพื้นที่แตกต่างจากหาดใหญ่ และการจัดการน้ำอย่างสิ้นเชิง แต่โอกาสที่เกิดขึ้นก็ยังมีอยู่ ถ้าน้ำเหนือปริมาณมาก+ น้ำทะเลหนุน + ฝนระเบิดปริมาณมากในพื้นที่อย่างฉับพลัน

    ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ!!

    การเตรียม!! ที่ดีที่สุด คือ การเตรียมตัวรับมือด้วยศีล 5 ศีลธรรม คุณธรรม โดยเฉพาะผู้นำของประเทศเป็นหัวใจสำคัญในการนำทางประเทศให้รอดพ้นภัย เป็นสิ่งที่ผู้นำทุกท่านต้องตระหนัก ตามพระราชดำรัสว่า

    ในบ้านเมืองมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด ทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จริงไม่ใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ไม่ได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"

    ถ้าจะเปรียบเทียบแล้ว กับ พลังของความอดทน อดกลั้นในสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา มีผลต่อประเทศในการรอดพ้นภัยพิบัติใหญ่ ๆ การที่ผู้นำมีคุณธรรม ศีลธรรม ก็ส่งเสริมให้คนในชาติลดละอบายมุข ด้วยความโลภอยากได้ การโลภด้วยการคดโกงทุจริตเบาบางลง กระแสพลังงานความโลภที่เป็นมวลพลังงานกรรมของประเทศ ที่ยามใดคนมีความโลภมาก จะถูกทำลายล้างด้วยภัยก็คือ "น้ำ" ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ทรงตรัสไว้ อาจทำให้เราต้องประสบกับภัยพิบัติที่ไม่วิกฤติหนักหนาสาหัส เมื่อโลกต้องชำระล้างมวลขยะพลังงานที่รกโลก

    นี้เป็นเหตุผลที่จริงแท้ เมื่อโลกถูกยกระดับให้สูงขึ้น ด้วยการเพิ่มพลังอำนาจแม่เหล็กโลก การปรับย้ายแนวแกนแม่เหล็กโลกเหนือใต้ให้เบี่ยงเบนไปจากเดิมไม่เกิน 3องศา เพื่อวางโครงข่ายสนามแม่เหล็กโลกใหม่ให้มีความเหมาะสมยิ่งกว่าเดิม กลไกลบางอย่างของร่างกายแล้วจิตใจมนุษย์จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มนุษย์จะมีสติปัญญาสูงขึ้น อายุยืนยาวกว่าเดิม



    "ฝนระเบิด" ที่เกิดขึ้นเนื่องจากสภาวะโลกร้อนแล้ว การการชำระล้างทางพลังงาน ก็เป็นสาเหตุสำคัญ

    พลังงานจิตวิญญาณ เป็นกลไกทางไฟฟ้าล้วนถูกจัดวางให้ทำหน้าที่เชื่อมกับสนามแม่เหล็กโลกเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับจักรวาลในการนำผลึกการคิดรู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีในการขับเคลื่อนโลก และกลไกความรู้สร้างความเป็นอยู่ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับโลกกับทุกสรรพสิ่ง เป็นการกระทำในมิติคู่ขนานในการป้อนพลังงานที่โลกต้องการ ด้วยกลไกแห่งจิตสำนึกทุกคน ด้วยการนำพาจิตวิญญาณตัวเองผ่านการรู้แจ้งและการหยั่งรู้สู่การหลุดพ้น


    ความสมดุลด้านพลังงานของระบบดาวเคาระห์โลก วัดค่าแรงสั่นสะเทือนของจิตสำนึกดาวเคราะห์โลก และค่าพลังงานไฟฟ้าด้านบวก ซึ่งมีผลต่อคลื่นความถี่ของสนามแม่เหล็กโลก เช่นโลกหมุนรอบช้าลงจนอาจเอียงพลิกคว่ำได้ และโครงข่ายสนามแม่เหล็กโลกไม่อาจยกตัวสูงขึ้นประสานงานกับสนามพลังงานจักรวาลระดับที่เหมาะสม ยังไม่อาจป้องกันภัยจากอุกกาบาตและเคหะวัตถุนอกโลกซึ่งจะพุ่งชนเข้าสู่โลกให้ย่อยยับได้


    เมื่อพลังงานนอกระบบโลกส่งเข้ามาช่วยเหลือโลกให้ปรับพลังงานสมดุลขึ้น พลังงานที่ถูกส่งเข้ามามีคุณสมบัติเดียวกับจิตสำนึกด้านบวกของมนุษย์ การชำระล้างจึงเกิดขึ้น พลังงานใด ๆ ที่เป็นขยะรกโลกจึงทำถูกชำระออกออกไป กลายเป็นปรากฎการณ์ภัยต่าง ๆ ตามพลังงานมวลกรรมของประเทศนั้น (พลังงานใดที่มันเกิดขึ้นในโลกแล้ว ไม่อาจสูญหายไปได้ นอกจากมันจะแปรเปลี่ยนพลังงานไปเป็นสิ่งอื่น หมดเหตุปัจจัยมันก็สลายไป)

    จึงนำคำสื่อเตือนเพื่อการเตรียมตัวเตรียมใจ พร้อมรับกับภัยพิบัติเพื่อชำระล้างโลกอีกครั้งค่ะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: ศุกร์ เวลา 13:51

แชร์หน้านี้

Loading...